็นยาระดับใด เกรงว่าจะต้องรอให้จบการแข่งขันก่อนถึงจะรู้”
แต่ต่อให้หมดเวลา ไม่แน่มู่ซีก็อาจจะหลอมยาไม่สำเร็จก็เป็นได้
ใช้สมุนไพรวิญญาณล้ำค่ามากมายเช่นนี้ หากหลอมยาออกมาล้มเหลว ก็เท่ากับว่าสิ้นเปลืองสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้เสียเปล่า
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ การแลกเปลี่ยนระหว่างสำนักปรุงยาทั้งสามสำนักก็เข้าสู่นาทีที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ศิษย์ทั้งสามสำนักปรุงยาตั้งใจปรุงยาอย่างใจจดใจจ่อ
ในระหว่างนี้ก็มีผู้ร่วมแข่งขันที่หลอมยาล้มเหลว และจำต้องออกจากสนามไป แต่ส่วนมากที่เหลืออยู่ก็ยังคงใจจดใจจ่อหลอมยาต่อไป
มีบางส่วนที่หลอมยาออกมาได้สำเร็จ ส่วนมากยาที่หลอมออกมาก็จะเป็นพวกยาระดับสี่ ยาระดับห้า ยาระดับหกมีบ้างเล็กน้อย
มาถึงช่วงอึดใจสุดท้าย ยังเหลือผู้เข้าแข่งขันสามคนสุดท้ายที่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการหลอมยา สามคนนี้ก็คือมู่ซี ศิษย์พี่หวังจากสำนักตานซินและศิษย์พี่หวงฝู่จากสำนักเย่าอู๋
ทันใดนั้นศิษย์สำนักเย่าอู๋อุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “สำเร็จแล้ว ศิษย์พี่หวงฝู่หลอมยาสำเร็จแล้ว!”
เม็ดยาถูกนำออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งยิ่ง
ดวงตาของเหล่าบรรดาผู้ตัดสินเปล่งประกายขึ้นเมื่อเห็นเม็ดยาวิญญาณนั่น “ยาวิญญาณระดับหก ไม่เลวเลย!”
“อายุของหวงฝู่ยังไม่ถึงสามสิบปี ทว่าเขาสามารถหลอมยาระดับหกได้ ช่างเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าเคารพจริง ๆ!”
ศิษย์พี่หวงฝู่นำเอาเม็ดยาบรรจุใส่ขวดแก้วภายใต้สายตาของผู้คนที่จ้อง