นใจอย่างมาก ผู้นำตระกูลมู่เร่งมือหน่อยได้หรือไม่ ?!
ภายในเวลาสามวันนางสามารถทะลวงพลังวิญญาณได้หนึ่งระดับขั้น เหตุใดถึงไม่ทะลวงก่อนวันแข่งขันกัน ?
“เวลานี้มู่ซีกำลังทะลวงพลังวิญญาณอยู่ ยืดเวลาให้อีกหน่อยได้หรือไม่ ?” ตานคุนกล่าวถาม ดวงตาฉายประกายความคาดหวัง
ตานซิงกล่าวอย่างไม่แยแส “สองสำนักของพวกเรามีศิษย์มากมายหลายคน จะรอศิษย์สำนักเจ้าเพียงผู้เดียวเกรงว่าจะไม่ได้ ถึงแม้ว่าเจ้าเด็กหนุ่มนั่นจะมีพรสวรรค์ในการหลอมยาสูงก็ตามที”
เย่าเก๋อเจ้าสำนักเย่าอู๋ก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ทะลวงพลังวิญญาณอะไรกัน เพียงแค่จอมภูตผู้หนึ่งทะลวงพลังวิญญาณจะใช้เวลาสักเท่าไหร่กันเชียว ? ข้าว่าเจ้าเด็กนั่นคงจะไม่กล้ามาเข้าร่วมแล้วมากกว่า หากเจ้าเด็กนั่นมาไม่ทันตามเวลาที่กำหนดเอาไว้จะถือว่าสละสิทธิ์ ในเมื่อพ่ายแพ้ไปแล้วโดยที่พยานมากมายเช่นนี้ สำนักตานจี้คงจะไม่เบี้ยวพนันที่วางเอาไว้ใช่หรือไม่ ?”
พวกเขาแต่ละคนกำลังบีบบังคับตานคุนอย่างไม่ปราณี
ตานคุน “ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา ข้าเชื่อว่ามู่ซีต้องมาทัน”
การแข่งขันรอบที่สองเกิดเรื่องขึ้นเช่นนี้ ปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหรินอดที่จะเหงื่อตกแทนมู่เฉียนซีไม่ได้ หากผู้นำตระกูลมู่มาไม่ทันเวลาแข่งขันจริง ๆ หวังว่าเขาจะทำตามที่ได้วางพนันกันเอาไว้
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ
เจ้าสำนักตานซินกล่าวขึ้นว่า… “ถึงเวลาแล้ว เจ้าหนุ่มนั่นยังไม่มา เช่นนั้นก็…”
ทันใดนั้นเสียงที่