ริ่มให้คะแนนตั้งแต่สำนักเย่าอู๋ ต่อมาก็เป็นสำนักตานซิน สุดท้ายคือสำนักตานจี้
ทันใดนั้นกรรมการผู้หนึ่งตกใจ เขาถึงกับดีดตัวยืนแล้วร้องขึ้น “โอ้! เป็นไปได้อย่างไรกันนี่ ?”
“ปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหริน ท่านดูนี่…”
“สวรรค์ คุณภาพสูงอะไรเช่นนี้!”
ความสามารถของพวกเขา อย่างน้อยก็เป็นถึงนักปรุงยาระดับสูง ทว่ายาระดับเช่นนี้ พวกเขานั้นไม่สามารถทำออกมาได้อย่างแน่นอน แล้วนี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ?
เด็กหนุ่มอายุสิบหกปีสามารถหลอมยาดีถึงเพียงนี้ออกมาได้ พวกเขานั้นอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว
นักปรุงยาเวินเหรินรู้อยู่แล้วว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คือมู่เฉียนซี และเขาทราบดีว่ามู่เฉียนซีไม่เหมือนกับคนทั่วไป ทว่าเขาก็ยังคิดไม่ถึงอยู่ดีว่านางจะสามารถหลอมยาระดับสูงเช่นนี้ออกมาได้ ช่างน่าพิศวงดีแท้!
ฝีมือการปรุงยาระดับเทวดา จิตสมาธิควบคุมที่แน่วแน่ และยังสามารถหลอมยาออกมาได้บริสุทธิ์เช่นนี้ นางนั้นเกิดมาเพื่อปรุงโอสถอย่างแท้จริง
ปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหรินมองมู่เฉียนซีด้วยดวงตาเป็นประกาย ทำให้ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างพากันอึ้งตะลึงลาน เด็กหนุ่มผู้นี้มีพรสวรค์ท้าทายฟ้าดินนัก ปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหรินคงไม่คิดจะรับเขาเข้าเป็นศิษย์หรอกกระมัง!
พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มผู้นี้เพียงพอที่จะทําให้ปรมาจารย์นักปรุงยารับเขามาเป็นศิษย์ได้
หลังจากที่ผู้ตัดสินทุกคนตะลึงงันไปตาม ๆ กัน ในที่สุดก็ผลคะแนนก็ออกมา ผู้ที่ได้อันดับ