วยท่าทีสบาย ๆ “เจ้าสํานักตานซิง ข้าชื่อมู่ซี อัจฉริยะข้าคงไม่อาจเป็น เพียงแต่โชคดีได้เจอกับอาจารย์และมิตรสหายที่แสนดี ข้าจึงมีประสบการณ์ในการปรุงยา”
ที่นางเรียกว่าอาจารย์ นั่นก็คืออดีตเจ้าของหม้อเทพนิรันดร์ที่อาถิงให้นางเห็น
หากไม่มีคําแนะนําของเขา นางคงไม่สามารถเรียนรู้การปรุงยาได้รวดเร็วเฉกเช่นที่เป็นอยู่ ถัดไปคือหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ผู้ให้ความรู้วิชาแก่นางอย่างมาก และยังมีมิตรสหายที่ดีซึ่งแน่นอนว่าเป็นจวินโม่ซีผู้กินจุ เขาเป็นคนที่สามารถสื่อสารกับนางได้อย่างสบาย ๆ
ตานซิง “เดี๋ยวนี้คนหนุ่มคนสาวที่ถ่อมตัวเพียงนี้ ช่างหายากเสียจริง”
เจ้าสํานักตานซินเชิญสำนักตานจี้และคนอื่น ๆ เข้ามายังสํานักตานซินอย่างหน้าชื่นตาบาน หากไม่ใช่เพราะเขาเคยส่งศิษย์ของสํานักไปยั่วยุสํานักตานจี้ คิดจะกีดกันสํานักตานจี้จากคุณสมบัติในการเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนระหว่างสามสํานักใหญ่ พวกเขาคงคิดว่าเจ้าสำนักตานซินผู้นี้เป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอย่างมาก
สํานักตานจี้กับสํานักตานซินช่างเข้ากันได้ดีนัก!
เวลานี้สำนักเย่าอู๋กําลังเฝ้ารออยู่ด้านข้าง หัวหน้าสํานักเย่าอู๋นั่งลงข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่สนใจที่จะยิ้มให้แก่ผู้ใดเลย ในเมื่อสามสํานักโอสถใหญ่มาถึงแล้ว ต่อไปเจ้าสํานักตานซินจะต้องประกาศข้อมูลการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ หลังจากกล่าวจบ ก็จะเป็นการกล่าวคําที่กล่าวเช่นเดียวกันมาหลายปี จากนั้นจะเริ่มแนะนํากรรมการผู้ตัดสิน