พวกเขามียาวิญญาณอยู่ในมือ ก็ไม่อาจกินอย่างสิ้นเปลืองอย่างเช่นที่มู่เฉียนซีทำ
ผู้อาวุโสสามของสำนักตานซินกล่าว “เจ้าเริ่มหลอมยาเถอะ ต่อให้เจ้าใช้วิธีการที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้ ฝีมือเจ้าก็ไม่อาจเก่งกาจเท่ากู่ชิวศิษย์สำนักข้าได้หรอก ทางที่ดีเจ้าควรยอมรับความจริงนี้เสียดีกว่า”
มู่เฉียนซีไม่ต้องการจะสนใจ นางเริ่มทำการหลอมยา การหลอมยาระดับห้าในครานี้ นางไม่กลัวเลยว่าพลังวิญญาณของตนเองจะไม่เพียงพอ
พลังจิตวิญญาณถูกปลดปล่อยออกมา นางทุ่มแรงกายแรงใจในการหลอมยา ท่าทีของนางดูผ่อนคลายเป็นอย่างมาก อีกทั้งท่าทางการหลอมยาของนางก็ไหลลื่นดุจดั่งสายธารา นางทำตามกระบวนการวนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ทุกผู้คนมองดูได้อย่างเพลินตาเพลินใจมาก
ตานคุนตกตะลึงอย่างมาก เขาเผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออกมา ท่านผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้ ที่แท้ก็เป็นยอดฝีมือแห่งการปรุงยา
วิธีการหลอมยาของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ที่ฝึกฝนการปรุงยามาเป็นเวลาสิบ ๆ ปีเลย น่าทึ่งยิ่งนัก!
ตานคุนนั้นมิอาจเทียบกับนางได้ ผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้เป็นปีศาจมาจากที่ใดกันแน่ ?
เจ้าสำนักตานซินเห็นฝีมือการหลอมยาของมู่เฉียนซีถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงงัน วิธีการเช่นนี้ไม่ใช่วิธีการของผู้ที่อายุเพียงสิบหกปีจะทำและควบคุมมันได้
แต่เจ้าหนุ่มรูปงามที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้กลับควบคุมเอาไว้ได้อย่างงดงามยิ่ง
ยาวิญญาณและหม้อยานั้น ดูราวกับเป็นของเล่นของนางที่นางสามารถควบคุมได้ตามที่ต้องการ
ผู