สึกว่าปรมาจารย์เวินจะปรุงยาได้สําเร็จในอีกไม่ช้า
นางผลักประตูเข้าไปเบา ๆ แต่กลับพบว่าสถานการณ์ของปรมาจารย์เวินนั้นไม่ดีนัก ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับว่าใกล้จะถึงขีดจํากัดแล้ว
เมื่อเขาทำต่อไปไม่ไหวเมื่อใด ก็จะระเบิดทันทีและแผนของนางคงเป็นอันต้องพัง
ไม่ใช่ว่าความแข็งแกร่งของปรมาจารย์เวินไม่เพียงพอที่จะหลอมเม็ดยาระดับปฐพี ยาฟื้นฟูระดับสามได้ แต่เป็นเพราะพลังจิตของเขาไม่เพียงพอ
ในขณะนั้นเอง มู่เฉียนซีรวบรวมพลังจิตทั้งหมดของตัวนางเข้าไปในเตาหลอมยา ทําให้การควบแน่นของเม็ดยากลับคืนสู่สภาพปกติดังเดิม
พลังจิตพิเศษช่วยลดภาระของปรมาจารย์เวิน แต่ปรมาจารย์เวินก็ไม่สนใจที่จะตกใจ เขารีบทําตามขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่อะไร ๆ จะสายเกินไป
หลังจากนั้นไม่นาน ยาก็ก่อตัวขึ้น ในที่สุดปรมาจารย์เวินก็เปิดหม้อยา
เขาหลอมยาได้สำเร็จแล้ว…
ทันใดนั้นเขาหันไปมองมู่เฉียนซีอย่างตกตะลึง “ผู้นำตระกูลมู่!” พลังจิตอันแข็งแกร่งเมื่อครู่นี้ ถูกผู้นำตระกูลมู่ปลดปล่อยออกมา น่าทึ่งยิ่งนัก…! ในเมื่อผู้นําตระกูลมู่เป็นเพียงสาวน้อยอายุสิบหกปี เป็นไปได้อย่างไรที่นางจะมีพลังจิตร้ายกาจเช่นนี้
มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับปรมาจารย์เวินที่ประสบความสําเร็จในการปรุงยา”
ปรมาจารย์เวินกล่าวว่า “ถ้าหากไม่ใช่เพราะผู้นำตระกูลมู่ลงมือ วันนี้ข้าคงจะล้มเหลว หรือว่าผู้นำตระกูลมู่จะเป็นปรมาจารย์นักปรุงยา ?”
พลังจิตนั้นเหนือกว่าปรมาจา