้ายังไม่มีเวลาไปแคว้นเฉียนเซี่ย”
อาการของท่านอาเกรงว่าจะกำเริบได้ตลอดเวลา หากยังควบคุมพิษนั่นไม่ได้ นางไม่กล้าจากไปหลาย ๆ วัน
“เช่นนั้นก็น่าเสียดายนัก”
มู่เฉียนซีส่งมอบสิงโตอัคคีให้กับน่าหลานอวี้พลางกล่าวขึ้น “เจ้ารีบทำพันธสัญญาเถอะ หากมีคนมาแย่งมันไป ข้าไม่อาจมารับผิดชอบหลังการแลกเปลี่ยนให้เจ้าได้”
เมื่อน่าหลานอวี้ได้ทำพันธสัญญากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้สำเร็จแล้ว เขารู้สึกเหลือเชื่อนัก สตรีผู้นี้ก็เป็นคนที่รักษาสัจจะได้ดี นางไม่หลอกลวงอะไรเขาเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีเห็นน่าหลานอวี้ทำท่าทางราวกับเห็นผีสางยามกลางวัน มุมปากของนางพลันกระตุกในทันใด “น่าหลานอวี้ เจ้ายังไม่เชื่อใจข้าอีกรึ ?”
น่าหลานอวี้กล่าวอย่างไม่เกรงใจ “เชื่อคนโหดเหี้ยมอย่างเจ้า ไม่รู้ว่าข้าจะต้องตายอย่างไร เรื่องนี้ข้าก็พอรู้อยู่บ้าง”
ดวงตามู่เฉียนซีปรากฏแสงอันตรายวาบขึ้น “น่าหลานอวี้! ในเมื่อเจ้าคิดเช่นนี้ คราหน้าเจ้าก็ระวังตัวเอาไว้ ข้าจะหลอกเจ้าให้เจ้าตายอย่างน่าอนาถเลยคอยดู”
ครั้งนี้มู่เฉียนซีนางถือว่าตนได้กำไรมามากล้นเหลือคณานับ นางเตรียมพร้อมที่จะกลับไปยังหอหมอปีศาจเพื่อพักผ่อนเอาแรงสักเล็กน้อย
“รอข้าด้วย…” น่าหลานอวี้ตามนางไป
“เจ้าตามข้ามาทำไมรึ ?” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ข้าจะกลับไปที่หอหมอปีศาจ จะไปดูว่ามู่ซีเปิดหอหมอปีศาจแล้วหรือยัง” น่าหลานอวี้กล่าวด้วยท่าทีสบาย ๆ
มู่เฉียนซีสวนกลับทันควัน “เจ้าเลิกคิ