น้อย เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่พิจารณาสักหน่อย”
“ใช่แล้ว พิจารณาดูสักหน่อยเถอะแม่สาวน้อย”
มู่เฉียนซีกล่าววาจาเด็ดขาด “ข้าบอกว่าไม่ขายก็คือไม่ขาย”
คนเหล่านี้มีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ในเวลานี้ฮ่องเต้แห่งแคว้นชิงอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ตราบใดที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ไม่ได้ทำพันธสัญญากับใคร พวกเขาก็ยังมีโอกาสอยู่
มู่เฉียนซีขึ้นบนรถม้าของจวนไป๋กั๋วกงแล้วกล่าวขึ้น “ไป๋มู่เฟิง เจ้ากลับไปที่จวนไป๋กั๋วกง ข้าจะออกไปเที่ยวรอบเมืองสักรอบหนึ่ง”
ไป๋มู่เฟิงแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง เขากล่าวขึ้น “เจ้าว่าอย่างไรนะ ? จะไปเที่ยวรอบเมืองรอบหนึ่งรึ ? เฉียนซีเจ้าไม่รู้หรือว่าตอนนี้มีคนจ้องสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าตั้งกี่คน ต่อให้เจ้ามีสัตว์พันธสัญญาอยู่สองตัว ก็ควรให้คนที่เจ้าเชื่อใจทำพันธสัญญากับสิงโตนี่เถอะ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ารู้ และก็เพราะข้ารู้ ข้าจึงต้องออกไปนอกเมือง”
ไป๋มู่เฟิงเบิกตากว้าง กล่าวว่า “เจ้า… เจ้าคงไม่ได้จะ…”
ไป๋มู่เฟิงรู้สึกว่าจะมีคนโชคร้ายเข้าแล้ว และต้องการเข้าร่วมด้วยความสนใจ แต่กลับโดนมู่ฉียนซีโยนออกมาจากรถม้า
“พลังของเจ้านั้นคงทำได้เพียงแค่เป็นผู้พลีชีพ จงกลับไปตั้งใจฝึกฝนเถอะหนุ่มน้อย หมากที่อันตรายเช่นนี้ รอให้เจ้าถึงขั้นราชาแห่งภูตก่อนแล้วค่อยเล่น”
มู่เฉียนซีไล่เจ้าของรถม้าลงไปและขี่ออกจากเมืองอย่างรวดเร็ว
ไป๋มู่เฟิ