กหก แต่ข้าก็ไม่กล้าโกหกกับเจ้าหรอก”
น่าหลานอวี้ “มู่เฉียนซี เจ้าไม่กลัวพวกมันจะหลอกใช้เอารึ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวพลางยืดอก “เหอะ! มียาพิษของข้าอยู่ หากพวกมันคิดจะหลอกใช้ข้า ทางเดียวคือตายอย่างอนาถ”
ชาเทียน “ที่นั่นมีสัตว์วิญญาณระดับสูงมากมาย พลังความแข็งแกร่งของเจ้าเพียงพอที่จะไปที่นั่นได้ เพียงแต่…”
มู่เฉียนซี “ไป๋มู่เฟิง เราได้สัตว์วิญญาณมาพอสมควรแล้ว หากเจ้าอยากจะได้อีกก็หาสัตว์วิญญาณระดับต่ำแล้วออกไปจากป่านี้ได้เลย ส่วนข้า หากข้าได้สมุนไพรวิญญาณระดับปฐพีมา ข้าจะรีบตามออกไป”
“ตกลง” ไป๋มู่เฟิงพยักหน้าตอบรับ
หลังจากที่ไป๋มู่เฟิงจากไป มู่เฉียนซีกล่าวกับชาเทียน “เอาล่ะ ครานี้เจ้าพร้อมที่จะนำทางข้าหรือยัง ?”
ทันใดนั้นน่าหลานอวี้กล่าวแทรกขึ้นมา “ข้าไปด้วย ข้าไปด้วย!”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “เจ้าเกลียดชังข้าจะเป็นจะตายมิใช่รึ ? แล้วจะไปกับข้าทำไมกัน ? หรือว่าเจ้าสนใจสมุนไพรวิญญาณนั่นด้วย ?”
น่าหลานอวี้ “สมุนไพรวิญญาณระดับปฐพีเป็นสิ่งหายากอย่างยิ่ง ต่อให้ข้าสนใจ ข้าก็ไม่อาจแย่งคนสองบุคลิกอย่างเจ้าได้ ข้าเพียงแค่กลัวเจ้าจะตายในป่านี้ต่างหากเล่า หรือจะให้มู่ซีมาเก็บศพเจ้าจากที่นี่ไป ?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “นายน้อยน่าหลาน เจ้าเป็นคนหน้าเนื้อในเสือ เหตุใดถึงได้เปลี่ยนเป็นคนปากร้ายเช่นนี้เสียแล้วล่ะ ?”
น่าหลานอวี้รู้สึกอย่างไรนั้น เขาบอกตัวเองไม่ถูกเช่นกัน หลังจากท