ตาขององค์ชายใหญ่เหลือบมองไปที่มู่เฉียนซีน่าหลานอวี้เดินเข้ามาก่อนจะกล่าวว่า “ใช่แล้วคุณชายน้อยไป๋มู่เฟิง เจ้ากับผู้นำตระกูลลมู่มู่เฉียนซีบุกเข้าไปในเขตป่าล่าสัตว์หลวงสองคน หากเกิดเหตุอะไรขึ้นกับมู่เฉียนซี มู่ซีคงช้ำใจเป็นแน่”น่าหลานอวี้ไม่อยากที่จะสนใจว่ามู่เฉียนซีจะอยู่หรือตาย แต่นึกขึ้นได้ว่านางนั้นเป็นผู้ที่มู่ซีให้ความสำคัญเป็นที่สุด เขาจึงไม่อยากให้เกิดอันตรายแก่นางอันจะเป็นเหตุทำให้มู่ซีต้องเสียใจมู่เฉียนซี “นายน้อยน่าหลาน ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ท่านระวังตัวท่านเองเถอะ!” จากนั้นนางหันไปกล่าวกับไป๋มู่เฟิง “ไป่มู่เฟิง เราไปกันเถอะ!”น่าหลานอวี้มองตามหลังเงาสีม่วงนั้น แล้วกล่าวขึ้นด้วยความโกรธเคืองที่มีค้างอยู่บ้างในใจ “มู่เฉียนซีเจ้ามันหญิงไม่รู้จักความหวังดีของคนอื่น ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่ามู่ซีชอบเจ้าที่ตรงไหน”— กึก! —มู่เฉียนซีหยุดก้าวเท้าอย่างกะทันหัน นางแสยะยิ้มก่อนจะหันไปกล่าวกับน่าหลานอวี้ “นายน้อยน่าหลาน เจ้าคงไม่ได้เป็นพวกนิยมชมชอบไม้ป่าเดียวกันหรอกใช่ไหม ?”.
— ตูม! ตูม! ตูม! —
เมื่ออัจฉริยะเหล่านี้เข้าไปในป่าล่าสัตว์ ทั้งป่าเสมือนเดือดพล่านขึ้นมาในบัดดล
บางคนมีคนติดตามมาด้วยเป็นจำนวนกว่าสิบคน ในขณะที่บางคนมีคนติดตามมาสามถึงห้าคน แต่ทว่าไป๋มู่เฟิงนั้น มีเพียงแค่มู่เฉียนซีคนเดียวที่ตามเขามา
ในตอนนี้เอง องค์ชายใหญ่เดินเข้ามา กล่าวกับไป๋มู่เฟิงว่า “มู่เฟิง เจ้าเ