งจนปัญญาระอาใจ “ในฐานะที่เจ้าเป็นคนป่วย ข้าว่าเจ้านอนลงจะดีกว่า ลุกขึ้นมาเช่นนี้รังแต่จะทำให้มึนศีรษะเสียเปล่า ๆ หรือเจ้าคิดว่าตัวเองยังบาดเจ็บไม่พอ หืม ?”
“ข้าอยากเจอมู่ซี” น่าหลานอวี้กล่าวอย่างเอาแต่ใจ
มู่เฉียนซียังคงส่ายศีรษะ “ต้องขอโทษด้วย ตอนนี้เจ้ายังเจอมู่ซีไม่ได้”
น่าหลานอวี้เริ่มโกรธเล็กน้อย “เป็นเพราะเจ้าไม่อยากให้มู่ซีเจอข้าใช่ไหมเล่า ?”
“แล้วเจ้าจะทำไมรึ ?” มู่เฉียนซีเริ่มประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อก่อนน่าหลานอวี้เป็นบุรุษผู้มีนิสัยดีมาก เขามักจะยิ้มแย้มให้กับคนแปลกหน้าและคนใกล้ชิดราวกับบุปผาเบ่งบานอยู่เสมอมิใช่หรือ ?
ทว่ามาวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น ?
ดูเหมือนว่าเมื่อเขาเห็นหน้านางแล้วจะพาลไม่สบอารมณ์ไปเสียอย่างนั้น เขาอารมณ์เสียใส่นางราวกับเป็นศัตรูกันตั้งแต่ชาติปางก่อน มู่เฉียนซีคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเขาเป็นอะไรกันแน่
หรือว่าใบหน้านี้ของนาง จะงดงามสู้ใบหน้าของอาถิงไม่ได้ ?
มู่เฉียนซีไม่ทราบจริง ๆ ว่าเหตุใดน่าหลานอวี้ถึงได้มีท่าทีโกรธเพียงนี้ นางหันหลังกลับไป กล่าวว่า “เจ้ารักษาอาการบาดเจ็บก่อนเถอะ โกรธมากไปเดี๋ยวจะกระทบต่ออาการบาดเจ็บของเจ้าเอาได้”
น่าหลานอวี้รอดชีวิตจากการช่วยเหลือของมู่เฉียนซี หลังจากนั้นหลายวัน มู่เฉียนซีนางเก็บตัวอยู่แต่ในห้องตำรา นางต้องการหาวิธีและเตรียมยาเพื่อที่จะรักษาอาการของไป๋มู่เฟิงต่อไป
เส้นลมปราณเขาขาด ถือว่าได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสทว่าใช่ว่าจะ