ื่นขึ้นมาแล้วคงต้องใช้เวลาเพื่อดูอาการอีกสักหน่อย ข้าถึงจะสามารถมั่นใจได้ว่าจะใช้วิธีใดในการรักษาขั้นต่อไป”
ไป๋กั๋วกงดื่มชาเป็นเพื่อนมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้นว่า “ไป๋กั๋วกง เป็นผู้ใดที่มาลอบทำร้ายไป๋มู่เฟิงรึ ? ท่านสืบได้เรื่องแล้วหรือยัง ?”
ไป๋กั๋วกงกล่าวอย่างจนใจ “คนพวกนั้นเป็นนักรบเดนตาย พวกมันฆ่าตัวตายไปหมดแล้ว ไม่เหลือร่องรอยเบาะแสอะไรไว้” ในตอนนี้เอง เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามา เขาคือลุงรองของไป๋มู่เฟิง—ไป๋จื้อหลิน
ไป๋จื้อหลินเดินเข้ามา กล่าวว่า “ท่านพ่อ หมอปีศาจ อาการของมู่เฟิงนั้นเป็นเช่นไรบ้าง ?”
มู่เฉียนซีกล่าวพลางขมวดคิ้ว “เจ้าไม่เชื่อในความสามารถของข้าหมอปีศาจเช่นนั้นรึ ? ไป๋มู่เฟิงในเวลานี้อาการดีขึ้นและนิ่งสงบแล้ว ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”
ไป๋จื้อหลินตะลึงงัน เขายิ้มก่อนจะกล่าวว่า “เช่นนั้นก็… ยอดเยี่ยม”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อย นางรู้สึกได้อย่างประหลาดว่าลึก ๆ ในดวงตาของไป๋จื้อหลินส่งสัญญาณของความเป็นศัตรูออกมาแวบหนึ่ง
……
ในที่สุดไป๋มู่เฟิงก็ฟื้นตื่นขึ้นมา
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นทันที “ชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าได้ถูกช่วยไว้แล้ว แต่ทว่า…”
ไป๋มู่เฟิงกล่าวแทรกขึ้นมา “แต่ทว่าข้ารวบรวมพลังวิญญาณไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ ?”
ใบหน้าของเขาซีดเผือด ในโลกนี้การที่ไม่สามารถฝึกฝนได้นั้นหมายความว่าอย่างไร เขารู้ดี…
มู่เฉียนซีกล่าวปลอบประโลม “เจ้าอย่าเพิ่งท้อแท้ใจไปเลย ยังมีหนทางอ