หายไปภายในชั่วพริบตาเดียว
จิ่วเยี่ยอยากจะตามอวิ๋นฮุ่ยไปเพื่อที่จะฆ่าตัดรากถอนโคนนาง กลับโดนมู่เฉียนซีห้ามเอาไว้ “จิ่วเยี่ย ปล่อยนางไปก่อนเถอะ หากนางไม่หนีไปใครจะเป็นคนเอาคำพูดข้าไปบอกพี่สาวนาง นางผู้นี้กับพี่สาวของนาง คุณหนูใหญ่แห่งสำนักอวิ๋นเยียน ข้าจะต้องฆ่าพวกมันด้วยน้ำมือของข้าเอง”
จิ่วเยี่ยพยักหน้าเบา ๆ พลางกล่าวเพียงคำเดียว “อืม”
เวลานี้ร่างสีเขียวเทาพุ่งเข้ามาตรงหน้ามู่เฉียนซี ดวงตาแหลมคมราวกับคมมีดคู่นั้นจ้องมองจิ่วเยี่ย
“หวงจิ่วเยี่ย”
จิ่วเยี่ยกล่าว น้ำเสียงเย็นชาเต็มสิบส่วน “ศาลาเรือนรางเก้าชั้น”
ดวงตาสีฟ้าที่เย็นยะเยือกและดวงตาสีเขียวอ่อนนั้นได้จ้องมองซึ่งกันและกัน จากนั้นทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยกลิ่นอายการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวอย่างอธิบายไม่ได้
อาถิง “อยู่กับเจ้าใช่หรือไม่ ? เอามันออกมาให้ข้า!” กล่าวจบพลังแห่งจิตสังหารของอาถิงพุ่งตรงเข้าใส่หวงจิ่วเยี่ย
จิ่วเยี่ยสะบัดไล่พลังนั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุดจะเย็นชา “ให้เจ้า พลังของเจ้าก็มีเพียงเท่านี้ จะให้ไปทำไมกัน ?”
“เจ้ารนหาที่ตายรึ ?!” ดวงตาของอาถิงฉายแววอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ
อึดใจต่อมา ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ร่างสีเขียวอ่อนและร่างสีดำต่อสู้กันอย่างดุเดือด กระบวนท่าที่รวดเร็วอย่างนับไม่ถ้วนโจมตีใส่กัน
— ตูม! ตูม! ตูม! —
พลังที่น่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมา จิตแห่งการทำลายล้างนั้นทรงพลังยิ่