างที่นางจะมีจุดจบที่ดีอย่างแน่นอน แต่ทว่า…
โอวหยางหว่าน หญิงนางนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ถ้าหากพวกเขาไม่ได้ฆ่านางจริง ๆ ก็ยากที่จะสบายใจได้
หากไม่ใช่เพราะคนเหล่านี้ของสํานักอวิ๋นเยียนฆ่าไปแล้วครึ่งทาง พวกเขาก็คงสามารถแก้ปัญหาราชาไป๋กู่ และจัดการกับหญิงที่น่ากลัวนางนี้ได้อย่างง่ายดาย
มู่เฉียนซีอยากจะออกไป กลับถูกจวินโม่ซีรั้งไว้ เขากล่าวด้วยเสียงอันเบา “คนพวกนี้มาจากสํานักอวิ๋นเยียนอันเป็นอันดับหนึ่งของทวีปเซี่ยโจว อีกทั้งผู้อาวุโสเหล่านั้นที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเป็นถึงระดับสามของจักพรรดิวิญญาณ ไม่ต้องพูดถึงว่าด้านหลังของหญิงผู้นั้นยังมียอดฝีมือระดับเก้าของจักรพรรดิวิญญาณซ่อนอยู่ พวกเราทุกคนที่นี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาจัดการสิ่งต่าง ๆ เสร็จแล้วจากไปกันเองเถอะ”
มู่เฉียนซีกําหมัดแน่น ดวงตานางเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง
สํานักอวิ๋นเยียน…
ณ ตอนนั้นบุคคลที่ทำร้ายท่านอาเล็กของนางจนดวงตามืดบอดมองไม่เห็น ก็เป็นคนจากสํานักอวิ๋นเยียน
และเหล่าคนที่ทําลายนางในเวลานี้ก็คือสํานักอวิ๋นเยียน หึ! สํานักอีชิงในทวีปเซี่ยโจวนี้ช่างดีเสียจริง!
ในขณะนั้นมีเสียงที่อ่อนแรงดังขึ้น “ข้า… ข้าเป็นลูกศิษย์ของนาง และข้าก็เป็นคนของสํานักไป๋กู่ ได้โปรดพาข้าไป ”
มู่หรูเหยียนคลานไปยังร่างคุณหนูสามผู้นี้อย่างยากลําบาก
“อ๊า!” คุณหนูสามเห็นใบหน้าของมู่หรูเหยียนพลันร้องโหยหวนออกมา “ช่างเป็นหญิงที่อัปลักษณ์อะไรเช่