น”
“ได้!” จวินโม่ซีขานรับ เขารีบอัดพลังวิญญาณธาตุอัคคีเข้าไปบนตาข่าย จากนั้นเปลวไฟลุกฮือโหมกระหน่ำอยู่บนตาข่าย เจ้าราชาไป๋กู่ที่อยู่ในตาข่ายกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โฮกกกก!”
— ปัง! ปัง! ปัง! —
มันพยายามต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อให้หลุดพ้นจากตาข่ายนั้น
— ตูม! —
จวินโม่ซีพยายามอย่างอย่างเต็มที่ที่จะควบคุมมัน เวลาเดียวกันนั้น มู่เฉียนซีอยู่ข้าง ๆ เขา นางเริ่มปรุงยาในทันที
จวินโม่ซีเห็นว่าราชาไป๋กู่กำลังดิ้นรนอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงเตือนมู่เฉียนซีว่า “สาวน้อย เจ้าเร่งมือหน่อยก็จะเป็นการดี ข้าคิดว่าข้าคงคุมมันได้อีกไม่นาน”
“เงียบไว้ ข้ากำลังเร่งมือ”
ในสนามรบที่วุ่นวายเช่นนี้ อีกทั้งตรงหน้ายังมีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์ ทว่ามู่เฉียนซีก็ยังคงทำการปรุงยาอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกขั้นตอน นางต้องทำให้สำเร็จในครั้งเดียว ต้องไม่เกิดความผิดพลาดใด ๆ บางทีนางอาจจะไม่มีเวลาได้ปรุงยาครั้งที่สองอีกแล้ว
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
มู่เฉียนซีหยิบสมุนไพรวิญญาณออกมาจากในพื้นที่ของนาง นางเลือกใช้พลังธาตุวารีที่เป็นสารของเหลวที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้นางไม่มีเวลาใช้เปลวไฟหลอมแล้ว
มู่เฉียนซีเข้าสู่โลกแห่งการปรุงยาอย่างสมบูรณ์ เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ จวินโม่ซีเองก็พยายามมาจนถึงขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้ว
ขณะเดียวกันนั้น ร่างชุดดำผู้หนึ่งเข้ามาโจมตี!
เขากำลังจะโจมตีมู่เฉียนซี ทว่าจวินโม่ซีรีบชิงโจมตีร่างช