ซวนหยวนชิงอวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “ได้”
เขาพยายามอย่างสุดความสามารถในการใช้ทักษะวิญญาณของจักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนให้อยู่ในจุดสูงสุดของราชาแห่งภูตระดับเก้า อย่างไรเขาก็จะต้องลงมือสังหารลูกน้องของโอวหยางหว่านให้ได้มากที่สุด
มู่หรูเหยียนยิ้มร้าย กล่าวน้ำเสียงเยาะเย้ย “มู่เฉียนซี เจ้าปล่อยให้ผู้ช่วยที่ยากจะปรากฏตัวผู้นี้แยกตัวออกไป คิดจะอวดโอ้ว่าตนแข็งแกร่งสิท่า เหอะ! ช่างโอหังดีแท้ ถึงอย่างไรวันนี้เจ้าก็ต้องตาย ข้าสามารถสังหารเจ้าได้อย่างแน่นอน!” กระบี่มังกรเพลิงของมู่เฉียนซีป้องกันตรงหน้านางไว้ กล่าววาจาตอบโต้มู่หรูเหยียนว่า “จะเอาอย่างไรของเจ้ากันแน่มู่หรูเหยียน ในทีแรกพอข้ามีเสหายมาช่วย เจ้าก็บอกว่าข้าหน้าไม่อายให้บุรุษมาช่วย มาตอนนี้ข้าบอกสหายข้าให้กลับไป เจ้าก็มาทำพูดโม้ใหญ่โต เจ้าไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปหน่อยหรืออย่างไรที่จะโอ้อวดว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้แน่นอน ?”
“เจ้ามันคนปากแข็งกระด้าง!” มู่หรูเหยียนโต้ฉุน ๆ ผ้าไหมสีขาวของนางเลื้อยปลิวราวกับงูพิษร้ายที่นําพาเอาสายลมอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าใส่มู่เฉียนซี
ผ้าไหมนี้ดูนุ่มอย่างหาที่เปรียบมิได้ แต่หากโดนมันโจมตีเข้า กระดูกจะต้องแตกเป็นเสี่ยง ๆ แน่
มู่เฉียนซีรู้สึกว่ามู่หรูเหยียนกลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องรู้ความไปเสียแล้ว นางพุ่งไปอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณพลันพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง กวัดแกว่งกระบี