รดิยอดยุทธ์ระดับสามก็อย่าได้คิดที่จะมาขวางทางข้า”
คำที่หลัวกุ่ยกล่าวออกมาช่างดูถูกดูแคลน คำก็พิการสองคำก็พิการ ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นมู่อวู่ซวงออกตัวมาสู้กับพวกเอียนหลัว เขาสู้ไปทว่ายังหันมากล่าวกับมู่เฉียนซีอย่างอ่อนโยน “ซีเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเหล่าคนไม่ได้เรื่องพวกนี้เลย ขอแค่เจ้าไม่รังเกียจข้า ข้าก็ไม่เคยติดขัดเรื่องร่างกายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกนี้”
ขณะที่เขาต่อสู้ไปด้วย ก็กล่าวอย่างอ่อนโยนราวกับสายลมพัดอ่อนกับหลานสาวตนไปด้วย สองอารมณ์ที่ต่างกันสุดขั้วนี้ ไม่มีใครสัมผัสถึงความขัดแย้งของมันได้แม้แต่คนเดียว
— ตูม! —
เสียงระเบิดดังสนั่น เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วพื้น
หลายคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“อา… สมแล้วที่เป็นการต่อสู้ของระดับจักรพรรดิ ช่างน่ากลัวเสียจริง! ”
“แข็งแกร่งยิ่งนัก! ขนแขนข้าตั้งชันแล้วเจ้าดูสิ!”
หลัวกุ่ยตะโกนสั่งเสียงเหี้ยม “ข้าจะสู้ถ่วงเวลามู่อวู่ซวงเอาไว้ พวกเจ้าจงไปฆ่าคนในตระกูลมู่ให้หมดอย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”
แม้วันนี้จะฆ่ามู่อวู่ซวงไม่ได้ แต่ก็จะต้องทำให้งานเลี้ยงฉลองของมู่เฉียนซีนองไปด้วยเลือดแดงฉานให้ได้ นางกล้าดีมาล่วงเกินพันธมิตรเอียนหลัว เช่นนั้นจะต้องได้พบจุดจบที่เลวร้าย
.