านไม่คิดว่าข้าจะมีพลังที่แข็งแกร่งและเก่งกาจเช่นนี้ใช่หรือไม่ล่ะ ? หึ ๆ”
มู่เฉียนซียิ้มบาง ๆ พลางกล่าว “แน่นอนอยู่แล้ว หากเจ้าไม่เก่งกาจ ตาเฒ่านั่นคงไม่ส่งเจ้าออกมาหรอก ข้าไม่ได้แปลกใจอะไรเลย มันเป็นไปตามที่ข้าคิดเอาไว้ต่างหากเล่า”
ดวงตามู่เทียนเปล่งประกายแสงเย็นวาบ “รึ ? เช่นนั้นท่านผู้นำตระกูลก็รับการโจมตีของข้าให้ดีแล้วกัน”
“พลังผลาญฟ้า!”
ทันใดนั้นมีดสั้นพุ่งเข้าหาร่างของมู่เฉียนซี ทว่า…
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เจ้ามีมีดข้ามีกระบี่ ย่อมเสมอภาคกัน!”
มู่เฉียนซีฉวยเอากระบี่มังกรเพลิงออกมาสกัดกั้นคมมีดของมู่เทียนเอาไว้ได้ ถึงอย่างไรแล้วนางก็เชื่อในพลังของกระบี่มังกรเพลิงเล่มนี้มาก
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนี้ต่างก็ตะลึงกันอีกครั้ง “นี่ข้าตาฝาดไปหรือไม่! ท่านผู้นำตระกูลเอากระบี่ขึ้นสนิมมาต่อสู้กับอาวุธวิญญาณระดับห้า”
“ชะ… ใช่ กระบี่ขึ้นสนิมเช่นนี้อาจจะหักเมื่อใดก็ได้ ท่านผู้นำตระกูลมู่มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่ซื้ออาวุธวิญญาณดี ๆ มาใช้”
“สนิมมากเช่นนี้มีหวังหักแน่ นางไม่รอดแน่นอน!”
พลังอันแข็งแกร่งรวมตัวกัน ทันใดนั้นกระบี่มังกรเพลิงลุกเป็นไฟ พุ่งเข้าหาอาวุธวิญญาณของมู่เทียนทันที
— ตูม! —
เสียงดังสนั่นเมื่ออาวุธของทั้งสองปะทะกัน
— เปรี้ยง! —
ทันใดนั้นเวทีประลองแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เหลือเพียงแต่ซากปรักหักพัง
ทุกคนเบิกตากว้าง ดวงตาแทบถลนออกนอกเบ้า “ทรงพลังเกินไปแล้ว!”
ทั้งม