หน้าของมู่ซวนและสามีของนาง—ไป่เหิง แข็งทื่อ
มู่เฉียนซีเลิกคิ้ว กล่าวว่า “เป็นอะไรไปเล่า ? จิ่วเยี่ยเป็นคู่หูของข้าแล้วอย่างไร หรือว่าพวกเจ้าไม่กล้าท้าประลองแล้ว ?”
“เหอะ! ในเมื่อท้าประลองกับข้าแล้ว ทางที่ดีพวกเจ้าควรรักษาคำพูดของพวกเจ้าไว้จะดีกว่า ไม่เช่นนั้นข้าจะโกรธเอาได้ และผลที่ตามมามันจะร้ายแรงนัก”
‘สองคนนี้ช่างเหลือเกินจริง ๆ ท้าประลองกับผู้นำตระกูลก็ยังคงไม่ลืมแสดงความรักต่อกัน นี่มันช่าง…น่าสังเวช’ ทุกคนบ่นอยู่ในใจ
ผู้อาวุโสสามคิดไม่ถึงว่ามู่เฉียนซีมีคู่หมั้นคนใหม่แล้ว คู่หมั้นคนนี้ยังเป็นถึงองค์ชายเก้าที่เชี่ยวชาญในการทําลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทําลายล้างทุกสำนัก
มู่ซวนกําหมัดแน่น กล่าวว่า “ในเมื่อท้าไปแล้ว เช่นนั้นมู่ซวนจะต้องรับมือสู้อย่างแน่นอน วางใจได้เลย!”
สามีภรรยาคู่นี้เดินไปยังเวทีประลอง มู่เฉียนซีเดินไปข้าง ๆ จิ่วเยี่ยก่อนจะกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ฝ่ายหญิงให้ข้าจัดการ ส่วนชาย เจ้าดูเขาไว้ให้ข้า”
“อืม” จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าเฉยเมยไม่แสดงออกถึงสิ่งใด
เวลานี้เยี่ยอ๋องยืนอยู่บนขอบของเวทีประลอง แต่ไป่เหิงกลับรู้สึกว่าสายตาของเทพแห่งความตายผู้นี้จับจ้องมาที่ร่างของเขา ทําให้เขาไม่กล้าขยับกายแม้เพียงเล็กน้อย
มู่ซวนกัดฟันกล่าว “ท่านผู้นำตระกูล รับมือให้ดี!”
“หลิงอวิ๋นสังหาร!”
ดาบเล่มนี้ร่วงหล่นลงอย่างรวดเร็ว มันดูดุดันอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทว่าเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์