ประลองตั้งเด่นตระหง่านอยู่ตรงกลางพร้อมให้ประลอง
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีไม่ได้สวมชุดจื่ออวิ๋นจุนฉ่างที่หรูหราเทอะทะไปประลอง นางเปลี่ยนไปใส่ชุดปกติทั่วไปที่ใส่ประจำวันแล้ว
เมื่อนางปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง ทุกผู้คนพบว่าผู้นำตระกูลมู่เปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์แล้วเรียบร้อย นางดูเคร่งขรึมน้อยลง ทว่าดูสง่างามราวกับสายลมพัดโชย
มู่เฉียนซีมองผู้อาวุโสสูงสุดก่อนจะถามว่า “ผู้อาวุโสสูงสุด ? ไหนรึ ? ท่านมิได้บอกว่ามีอัฉริยะรุ่นเยาว์ตระกูลมู่จะมาท้าประลองกับข้ารึ ?”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวขึ้น “ฮ่าวเอ๋อร์ เจ้าเคารพนับถือท่านผู้นำตระกูลมู่มาแต่ไหนแต่ไรแล้วมิใช่หรือ ? ในการต่อสู้ครั้งแรก ยกให้เจ้าเข้าไปก่อนแล้วกัน”
มู่ฮ่าวเดินมาด้านหน้าก่อนจะกล่าวว่า “ขอรับ”
ชายหนุ่มตรงหน้า ดู ๆ ไปแล้วอายุอานามเขาคงจะยี่สิบกว่า ๆ ร่างไม่สูงมากนัก ทว่ากลับแฝงพลังบางอย่างที่เสมือนพร้อมจะระเบิดออกมา
มู่เฉียนซีหมุนตัว กระโดดขึ้นไปยืนยังเวทีประลองราวกับใบไม้ที่ล่องลอย นางยิ้มมุมปาก กล่าวว่า “วันนี้ข้าได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ หากมีหนุ่มสาวคนใดในตระกูลมู่ต้องการที่จะท้าประลองกับข้า รอให้ข้าชนะมู่ฮ่าวก่อน แล้วข้าจะสนองให้”
ผู้อาวุโสสูงสุดต้องการที่จะใช้โอกาสในงานฉลองการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของนางมากดอำนาจนางไว้ ทว่ามีหรือนางจะยอมให้เขาทำได้สมดั่งใจหวัง ดูเอาแล้วกันว่าใครจะกดอำนาจใคร
— ปัง! —
มู่ฮ่าวก้าวกระทืบขึ้นไปบนเวทีประลอง ทำให้บ