ำเล่า “ท่านผู้นำตระกูลมู่ พวกเรารู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว ได้โปรดอภัยให้พวกเราอีกสักครั้งเถอะ”
“ท่านผู้นำตระกูลมู่ นับจากนี้ไปพวกข้าจะจงรักภักดีต่อท่าน ได้โปรดให้โอกาสอีกสักครั้ง…”
ตานคุนถอนหายใจอย่างละเหี่ยเพลียจิต “เฮ้อ… ท่านผู้นำตระกูลมู่ ท่านจะจัดการอย่างไรกับคนเหล่านี้หรือขอรับ ?”
มู่เฉียนซี “ทำลายการฝึก ทำลายเส้นลมปราณ ไล่ออกจากสำนักตานจี้ให้พวกเขาทำลายตัวเอง”
ตานคุนได้ยินเช่นนี้ถึงกับผงะไป “เอ่อ… นั่นมัน…”
อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นคนในสำนักตานจี้ด้วยกัน ทำลายการฝึกของพวกเขาก็ว่าร้ายแรงแล้ว จะให้ทำลายเส้นลมปราณเพื่อไม่ให้พวกเขาได้ฝึกอีกต่อไป ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก
มู่เฉียนซีไม่สนใจ “ทำไมรึ ? หากเจ้าไม่พอใจที่ข้าตัดสินใจจัดการเช่นนี้ เจ้าจะให้เสี่ยวหงพ่นเปลวไฟเผาให้สิ้นซากไปเสียเลยก็ย่อมได้”
ตานคุนตะโกนเรียกข้ารับใช้ “พวกเจ้ามานี่ นำตัวท่านผู้เฒ่าสามกับท่านผู้เฒ่าสี่ไปทำลายพลังและเส้นลมปราณ แล้วขับไล่ออกจากสำนักตานจี้”
คนอย่างพวกเขาถือว่ามีโชคดีอยู่ในความโชคร้ายที่ยังมีชีวิตรอด ผลของการไม่รู้จักวางตัวของผู้เฒ่าสามและผู้เฒ่าสี่ประจักษ์ให้เห็นเป็นตัวอย่างแก่ผู้ที่ยังเหลืออยู่ การที่ผู้เฒ่าทั้งสองทำให้ท่านผู้นำตระกูลมู่ไม่พอใจ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เกิดจากการกระทำของพวกเขาเอง
“ขอรับ”
ลำดับต่อมาท่านผู้เฒ่าใหญ่กำลังจะลอบย่องออกไป มู่เฉียนซีเหลือบไปเห็น กล่าวติดตลกเข้าใส่ “ผู้เฒ่าใหญ่ เจ้าก็คิดว