พวกองครักษ์เงาเห็นผู้นำตระกูลของพวกเขากวัดแกว่งกระบี่อย่างสบาย ๆ ดั่งตัดเต้าหู้ก็สามารถกรีดให้ประตูหอสมบัติที่แม้แต่น้ำไฟยังมิอาจทำอะไรแก่มันได้ ให้เป็นรอยจนเปิดออก
มู่เฉียนซีกรีดประตูเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดเพียงพอสำหรับให้คนหนึ่งคนเข้าไปได้ ต่อจากนั้นนางจึงหมุนตัว ถีบเข้าไปตรงจุดที่กรีดเอาไว้
— ปัง! —
ส่วนที่โดนมู่เฉียนซีถีบเข้าไปนั้น กระเด็นไปตกอยู่ที่ด้านในของประตู บนประตูปรากฏช่องใหญ่พอตัวคนลอดได้ขึ้นมา
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นในทันใด “ไปกันเถอะ”
“ขอรับ” ไม่เสียทีที่สำนักอัสนีลึกลับเป็นสำนักอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจื่อเยี่ย สมบัติล้ำค่าที่อยู่ในนั้นมีมากมาย นางให้พวกองครักษ์เงาเข้าไปกวาดเอามาให้หมดในทันใด
เมื่อเก็บสมบัตินั้นจนหมด ก็ทำให้พวกเขาแทบที่จะเป็นบ้า
ทันใดนั้นมีผู้อาวุโสผู้หนึ่งกล่าวขึ้น “ผู้นำตระกูล สำนักอัสนีลึกลับมิใช่ว่าติดค้างเจ้าเพียงเก้าสายฟ้าลึกลับเท่านั้นหรอกหรือ ? เจ้ากวาดเอาสมบัติไปหมดเช่นนี้ หรือว่า… หรือว่า…”
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ถ้าหากเขายอมส่งมอบเก้าสายฟ้าลี้ลับออกมาเสียโดยดีตั้งแต่แรก ข้าก็จะเอาไปเฉพาะเก้าสายฟ้าลี้ลับตามสัญญาอย่างแน่นอน แต่นี่เขาเจ้าเล่ห์คิดจะเบี้ยวข้าดีนัก เช่นนั้นแล้วข้าจะใช้ความยืดยาดของเขามาบีบตัวเขาให้ตาย สิ่งของเหล่านี้ข้าจะนำมันไปทั้งหมด อีกอย่าง ข้าได้สนทนากับเจ้าสำนักอัสนีลึกลับไว้แล้ว หากข้าได้เข้ามา ข้าจะนำเอาสิ่งที่ข้าอยากได้ไป ข้