ลึกลับพาลูกศิษย์ของเขาไล่ตามอย่างสุดชีวิต ในที่สุดก็ไล่ตามมู่เฉียนซีมาที่ตีนเขา
มู่เฉียนซีมองไปที่หัวหน้าสํานักอัสนีลึกลับด้วยรอยยิ้ม นางกล่าวว่า “ท่านเจ้าสํานัก ดึกมากแล้ว อันที่จริงเจ้าไม่จําเป็นต้องมาส่งพวกข้าก็ได้ ข้าเกรงใจจริง ๆ หากต้องมารบกวนเจ้า”
นางถึงกับหัวเราะและยิ้มสดใสออกมาเมื่อกล่าววาจาหยอกเย้าเช่นนี้
หัวหน้าสํานักอัสนีลึกลับสูดหายใจเข้าลึก กล่าวอย่างพยายามฝืนกลั้นอารมณ์โกรธสุดชีวิต “ท่านผู้นำตระกูลมู่ ได้โปรดคืนสมบัติล้ำค่าในหอสมบัติของสํานักอัสนีลึกลับให้พวกเราด้วย ส่วนเก้าสายฟ้าลี้ลับ ท่านสามารถนำมันไปได้”
มู่เฉียนซีเอ่ยถาม “มู่อี ข้าจําได้ว่าเมื่อวานตอนบ่าย หัวหน้าสํานักอัสนีลึกลับบอกว่าตราบใดที่ข้าสามารถเข้าไปในหอสมบัติได้ เช่นนั้นข้าก็จะสามารถนําสิ่งที่ข้าต้องการไปได้ เจ้าว่าใช่หรือไม่ ?”
“ใช่ขอรับ”
มู่เฉียนซีถอนหายใจ “อา… ดูเหมือนว่าหัวหน้าสํานักอัสนีลึกลับจะเป็นโรคความจำเสื่อมเสียแล้ว เจ้าจําไม่ได้ว่าเมื่อวานเจ้าพูดอะไร”
หัวหน้าสำนักอัสนีลึกลับโกรธจัด เขาตะเบ็งเสียงกล่าว “ข้าจําได้ว่าในการเดิมพันคือเก้าสายฟ้าลี้ลับ ไม่รวมถึงสิ่งอื่นใด!”
มู่เฉียนซี “แต่เมื่อข้าได้เข้าไปในหอสมบัติแล้วและพบว่ามีสมบัติมากมายอยู่ในนั้น ข้าต้องการมันทั้งหมด สิ่งที่ข้าพรากไปล้วนเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ อีกอย่าง เข้าไปได้จะเอาอะไรก็ได้ นี่คือสิ่งที่หัวหน้าสํานักอัสนีลึกลับรับปากเอง”
“เจ