มีเงินทองมาจ่ายค่ายา โรคแก่เลอะเลือนก็หายขาดได้ในทันที”
เมื่อได้ยินคำพูดดูแคลนเช่นนี้ของมู่เฉียนซี เจ้าสำนักซวนเหลยขมวดคิ้วโกรธเกรี้ยว นางเด็กนี่กล้าดีอย่างไรมาบอกว่าเขาเป็นตาเฒ่าเลอะเลือน! เขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ อีกอย่าง อายุของเขาก็แก่รุ่นราวคราวลุงของนางแล้ว นางกล้าใช้วาจาเช่นนี้กับเขาได้อย่างไร ?
เจ้าสำนักทำเสียงฮึดฮัด กล่าวว่า “เจ้าเด็กน้อย ข้าสบายดีเจ้าอย่าเป็นกังวลไป วรยุทธ์เจิ้นซานกับเก้าสายฟ้าลี้ลับของสำนักข้า มิอาจเผยแพร่ให้คนนอกได้ เจ้ากลับไปเสียเถอะ”
มู่เฉียนซีหยิบสัญญาโลหิตขึ้นมา กล่าวว่า “ในสัญญาโลหิตนี้เขียนไว้อย่างชัดแจ้งทุกประการ เจ้าสำนักซวนเหลยคิดจะผิดสัญญาให้คนใต้หล้าหัวเราะเยาะเช่นนั้นหรือ ?”
เจ้าสำนักซวนเหลยกล่าวเสียงเย็น “หากข้าทำลายสัญญาโลหิตนี้เสียให้สิ้นซาก ทุกอย่างก็จบลงแล้ว” กล่าวจบ ร่างของเจ้าสำนักซวนเหลยพุ่งเข้าหามู่เฉียนซีอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
ทว่าทันใดนั้นเอง ร่างเก้าร่างขวางหน้าเจ้าสำนักเอาไว้
พลังอันแข็งแกร่งของท่านผู้อาวุโสทั้งเก้า สกัดร่างของเจ้าสำนักกระเด็นลอยออกไป แน่นอนว่าพลังของเจ้าสำนักซวนเหลยมิอาจเทียบกับพลังของท่านผู้อาวุโสทั้งเก้าได้
เจ้าสำนักซวนเหลยเบิกตากว้างดวงตาแทบปูดแทบถลน
“เป็นไปได้อย่างไร ? นี่พวกมันยังไม่ออกจากตระกูลมู่รึ ?!”
.