มู่เฉียนซียิ้ม กล่าววาจาตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน “ดูเหมือนว่าสำนักนิกายใหญ่อย่างพวกท่านไม่ได้เก่งกาจอะไรนัก อุตส่าห์พากันมาตั้งนานแล้ว กลับยังไม่เจออะไร”
จวินโม่ซี “มู่เฉียนซีสาวน้อย เจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้ว สำนักนิกายของพวกเขาอยู่ในระดับไหนกัน พวกเขามีความสามารถมากเท่าไหร่ นี่น่ะหรือสำนักนิกายใหญ่ที่ผู้คนร่ำลือฮือฮา”
นับตั้งแต่คราก่อนที่จวินโม่ซีพูดเสียดสีซวนหยวนหลี่เทียน มู่เฉียนซีก็เห็นความสามารถในการเสียดสียั่วยุโดยวาจาของจวินโม่ซีมากขึ้น
จวินโม่ซีกล่าวแทงใจดำอย่างตรงจุด ทำให้ราชวงศ์ซวนหยวนและเจ้าสำนักตานจี้โกรธเกรี้ยวขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ผู้อาวุโสของสำนักตานจี้กล่าวขึ้นว่า… “ท่านผู้นำตระกูลมู่ ในเมื่อเจ้าคิดว่าพวกเราไร้ความสามารถที่จะหาสมบัติแปลกประหลาดนั่นเจอ เช่นนั้นเจ้าก็ลองหาดูหน่อยเป็นไร”
เจ้าสำนักนิกายซวนเหลยกล่าว “ข้าได้ยินมา ผู้คนลือกันให้ทั่วว่าท่านผู้นำตระกูลมู่มีความสามารถเก่งกาจยิ่งนัก เช่นนั้นก็ลองหาดูได้เลย”
ซวนหยวนจือกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “อืม… หากซีเอ๋อร์สามารถหาเจอ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว จะได้ช่วยคลายปมในใจพวกเราได้ด้วยว่าซีเอ๋อร์นั้นเก่งกาจจริง”
อวิ๋นซินหรานหันไปกล่าวถามคำถามกดดัน “ท่านผู้นำตระกูลมู่คงจะมั่นใจในตัวเองใช่หรือไม่”
กองกำลังทั้งสี่มุ่งเป้ามาที่มู่เฉียนซี มู่เฉียนซีกับจวินโม่ซีหันมองหน้ากัน จากนั้นมู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “พวกท่านหาไม่เจอก็มาให้ข้าเป็นผ