รง ๆ เลยดีกว่าว่าพวกเจ้าปรารถนาสิ่งใด”
อวิ๋นซินหราน “พวกเรามีกองกำลังสี่กอง หากท่านผู้นำตระกูลมู่มิอาจหาเจอได้ ตระกูลอวิ๋นต้องการทรัพย์สมบัติหนึ่งส่วนสี่ของตระกูลมู่”
ตานคุน “พวกเราสำนักตานจี้ต้องการส่วนแบ่งหนึ่งในสี่ของทรัพย์สมบัติตระกูลมู่เช่นกัน”
เจ้าสำนักซวนเหลยรีบกล่าว “ข้าก็เช่นกัน!”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซวนหยวนจือดูราวกับผู้ไม่มีตัวตนในเวลานี้เลย เขาจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยความห่วงใย กองกำลังทั้งสี่กำลังบีบบังคับให้นางหมดหนทาง! เฉียนซีแน่ใจหรือว่าจะหาทางเข้าเจอ ?
ในที่สุดซวนหยวนจือกล่าวขึ้นว่า… “ราชวงศ์ซวนหยวนก็ต้องการทรัพย์สมบัติหนึ่งส่วนสี่ของตระกูลมู่เช่นเดียวกัน”
ถึงอย่างไรเขาไม่สบายใจเลย เดิมทีแล้วทรัพย์สมบัติของตระกูลมู่ทั้งหมดควรเป็นของราชวงศ์ซวนหยวน มิใช่หรือ ?
ในวันนี้ราชวงศ์ซวนหยวนกลับยากจนเงินทอง ในเมื่อมีโอกาสจะได้ทรัพย์สินเหล่านั้นมา แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงหนึ่งส่วนสี่ มันก็เพียงพอที่จะนำมาบรรเทาทุกข์ได้ ดังนั้นเขาจึงจำใจต้องแบ่งกับคนเหล่านี้
หากรอให้เขาจัดการกับมู่อวู่ซวง ก็ไม่อาจทราบได้เลยว่าต้องรอจนถึงเมื่อไหร่ บางทีกว่าจะจัดการกับมู่อวู่ซวงได้ ราชวงศ์ซวนหยวนอาจจะยากจนข้นแค้นจนไม่เหลืออะไรแล้วก็เป็นได้
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เพียงแค่กล่าววาจาอย่างเดียวคงไม่พอ เรามาทำสัญญาโลหิตกันจะดีกว่า”
พวกเขากล่าว “ไม่มีปัญหา สัญญาด้วยโลหิตไม่มีผู้ใดกล้ากลับค