งมากนัก มีข้าอยู่มันทำอะไรเจ้าไม่ได้ กลับกัน การที่เจ้าได้มันมา มันจะกลายเป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่ของตัวเจ้าเอง”มู่เฉียนซีกระชับกระบี่มังกรเพลิงในมือแน่น นางกรีดปลายนิ้วตนเองทำให้โลหิตสีแดงสดรวมตัวเข้ากับแสงสีแดงที่ปลายกระบี่เป็นหนึ่งเดียว อาถิงครอบครองสัญญาชีวิตของนางไว้ กระบี่มังกรเพลิงจึงทําได้เพียงยอมรับความเสมอภาคในเรื่องสัญญากับอาถิง จากนั้นแสงสีแดงห่อหุ้มร่างของพวกเขาทั้งสองภาพเลือนรางปรากฏขึ้นในหัวของมู่เฉียนซี กระบี่นั้นถูกกวัดแกว่งไปมา ก่อเกิดท่ากระบี่ที่สะเทือนฟ้าสะท้านดินสำแดงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์“กระบี่มังกรเพลิง หลงเหยียนพิฆาต!”— ตูม! ตูม! —ป่าไม้เบื้องหน้าของพวกเขาตกอยู่ในทะเลเพลิงโดยพลันจวินโม่ซีเดินเข้ามาหามู่เฉียนซี กล่าวขึ้นอย่างตกตะลึง “ช่างเป็นพลังธาตุอัคคีที่แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งนัก แม้เจ้าจะมีความแข็งแกร่งเพียงผู้บำเพ็ญภูตระดับสาม แต่เจ้าคงสามารถกวาดล้างจอมภูตได้ ช่างท้าทายสวรร์คจริง ๆ”มู่เฉียนซีกลืนยาฟื้นฟูพลังวิญญาณลงไปหนึ่งขวด นางกล่าว “แต่กระบี่เล่มนี้ใช้พลังวิญญาณของข้าไปทั้งหมด ข้าสามารถใช้พลังนั้นได้เพียงครั้งเดียวต่อการใช้กระบี่หนึ่งครั้งเพียงเท่านั้น”“อย่างไรมันก็ให้โอกาสเจ้าได้กลายเป็นนักฆ่า ไม่เลวเลย!” จวินโม่ซียิ้มมู่เฉียนซีเปลี่ยนเรื่อง “อาหารย่อยกันหมดแล้วรึ ? ถ้าหากย่อยแล้วก็รีบเดินทางกันต่อได้แล้ว”“ได้!”เหล่าบรรดายอดฝีมือของสำนักเอียนหลัวถูก