ขัน และการแข่งขันครานี้ มีผู้เข้ามาร่วมชมไม่น้อยเลยทีเดียว
อาจารย์ใหญ่เวินกล่าวขึ้น “บัดนี้ได้เวลาแข่งขันประเภทตัวต่อตัว ตัวแทนของแต่ละสำนักศึกษามาจับสลากได้เลย เราจะได้แบ่งเป็นสี่กลุ่ม เอาล่ะ ลำดับต่อไปเป็นการจับสลาก เริ่มจับสลากได้”
และแล้ว สำนักศึกษาแคว้นชิงจับสลากได้คู่ปรับเก่านั่นก็คือ สำนักศึกษาแคว้นจื่อเยี่ย
จางจวินจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยแววตาดุร้าย เขากล่าวว่า “การแข่งขันเป็นกลุ่ม พวกเจ้าใช้กลอุบายเอาชนะไปได้ ครานี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะต้องตายอย่างไร”
สำนักศึกษาอื่น ๆ ในเวลานี้ ก็ได้จับสลากคู่ต่อสู้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
อาจารย์เวินกล่าว “ผู้ที่จับสลากได้คือผู้ควบคุมเวทีการประลอง อีกฝ่ายจะเป็นผู้ท้าประลอง คนสุดท้ายที่ได้ควบคุมการประลองจะเป็นผู้ชนะ”
ฝ่ายผู้ท้าประลองคู่แรกเป็นฝ่ายของมู่เฉียนซี
“เวทีการประลองแรก เป็นของสำนักศึกษาแคว้นชิง”
“เวทีการประลองที่สอง…”
“เวที…”
จางจวินกวาดสายตามองสหายในกลุ่มทั้งเก้าคน จากนั้นกล่าวว่า “ลู่กุ้ย เจ้าอ่อนแอที่สุดในทีม เจ้าขึ้นเวทีประลองคนแรก”
เมื่อสหายในกลุ่มได้ยินที่จางจวินกล่าว ต่างพากันหัวร่อต่อกระซิกยกใหญ่ “ฮ่า ๆ ๆ พี่ใหญ่ แม้ลู่กุ้ยจะอ่อนแอที่สุดในกลุ่มเรา แต่เขาก็เป็นถึงจอมยุทธ์ระดับสาม เขาต้องกวาดล้างศิษย์เศษสวะของสำนักศึกษาแคว้นจื่อเยี่ยได้หมดเป็นแน่ ถึงตอนนั้น พวกเราคงไม่มีโอกาสประลองกับจื่อเยี่ยแล้ว”
ลู่กุ้ยหัวเรา