ล่าวอย่างกราดเกรี้ยว “พวกเจ้าช่างต่ำช้านัก ทำการลอบโจมตี แน่จริงออกมาสู้กันซึ่ง ๆ หน้ากับข้าสักครั้งสิ!”
มู่เฉียนซียิ้มเยาะ นางกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน “การรบไม่เกี่ยงกลโกง แพ้ก็คือแพ้”
เขาโต้อย่างโกรธเกรี้ยวกว่าเดิม “พวกเจ้ารอข้าก่อนเถอะ! ในรอบการต่อสู้ตัวต่อตัว ข้าไม่ปล่อยให้รอดไปแน่”
กลุ่มแรกถูกจัดการไปอย่างง่ายดาย ต้องยอมรับเลยว่าค่ายกลของซวนหยวนชิงอวิ๋น ถือเป็นอาวุธสังหารชิ้นใหญ่
แน่นอนว่าอีกหกสำนักศึกษาใหญ่ไม่ได้โง่เขลาขนาดที่จะมาติดกับแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ว่าหลุมพิษที่มู่เฉียนซีขุดเอาไว้หลายชนิดนั้น มีอีกสำนักศึกษาหนึ่งเดินเข้ามาตกจนได้
มาถึงตอนนี้ คนอื่น ๆ เกิดความเคารพนับถือมู่เฉียนซีกับซวนหยวนชิงอวิ๋นมากขึ้นเรื่อย ๆ
“สหายมู่เฉียนซีและอวิ๋นอ๋องช่างร้ายกาจนัก เดิมทีพวกเราคิดว่าโอกาสชนะในการแข่งขันครั้งนี้มีเพียงน้อยนิด พวกเราไม่คิดเลยว่าตอนนี้พวกเราจะมีโอกาสชนะมากเพียงนี้”
ค่ายกลของซวนหยวนชิงอวิ๋นและพิษของมู่เฉียนซี เมื่อพวกเขาทั้งสองร่วมมือกัน ทําให้ซวนหยวนหลี่เทียนและมู่หรูอวิ๋นไม่ได้แสดงฝีมือใด ๆ ออกมาเลย
มู่หรูเหยียนกล่าวอย่างนุ่มนวล “ซีเอ๋อร์ พวกเราใช้วิธีเช่นนี้เอาชนะ จะไม่ทำให้เราโดดเด่นเกินไปใช่หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “อาจารย์ใหญ่แห่งสำนักศึกษาแคว้นชิงกล่าวเอาไว้แต่แรกแล้วว่าเราสามารถใช้วิธีใดก็ได้ในการยึดป้ายหยกของฝ่ายตรงข้ามมา ถ้ายึดมาได้ถือว่าเป็นผู้ชนะ