บว่าเมื่อตัวเองมาถึงหน้าผา สัตว์วิญญาณระดับสามที่อยู่ด้านหลังไม่ได้ไล่ตามนางมาอย่างที่คิดไว้
นางตะลึงงัน ‘ที่นี่คงมิใช่ดินแดนของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอีกตัวหนึ่งหรอกกระมัง ?! เจ้าตัวนั้นถึงไม่ได้ติดตามข้ามา’
นางกวาดตามองไปรอบ ๆ ทว่าไม่พบสัตว์อสูรที่ทรงพลัง กลับพบหลุมศพอันงดงาม ม่านตาของนางหดเล็กลงขณะที่มองดูตัวอักษรบนหลุมศพซึ่งสลักไว้อย่างเห็นได้ชัดเจน
…น้องชายของข้า ซวนหยวนจิ่วเยี่ย…
นี่เป็นหลุมศพของซวนหยวนจิ่วเยี่ย แต่ซวนหยวนจิ่วเยี่ยยังมีชีวิตดีอยู่นี่!
บุรุษแข็งแกร่งเช่นนั้น เกรงว่าทั่วทั้งแคว้นจื่อเยี่ยคงมีแต่ตัวเขาเองที่สามารถสังหารเขาได้
ขณะนั้นเอง มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง มู่เฉียนซีหันกลับมาเห็นร่างสีขาวกําลังใกล้เข้ามา เขามีรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม คางเรียว สวมเสื้อชุดคลุมสีขาวพระจันทร์ปักด้วยดอกลิลลี่แสนประณีต มันประดับประดาร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ผมสีดําเหลือบวาวน้อย ๆ ราวกับผ้าไหมเนื้อดี ใบหน้าละเอียดอ่อนสมบูรณ์แบบ สว่างไสวภายใต้แสงอาทิตย์ เขาผู้สง่างามสูงส่งเช่นนี้ กลับมีแววตาเย็นชาไม่แยแสทุกสิ่ง แววตานั้นมองมู่เฉียนซีอย่างเฉยเมย
เขากล่าว “ข้าตั้งกับดักไว้ที่นี่ คาดไม่ถึงว่าผู้นำตระกูลมู่จะบุกเข้ามาได้ ผู้นำตระกูลมู่ เจ้าเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น เช่นนั้น…”
ร่างสีขาวสุกสว่างราวดวงจันทร์สว่างวาบ ฉับพลันทันใดร่างซวนหยวนชิงอวิ๋นเข้ามาใกล้มู่เฉียนซี!
— ฟึ่บ! ฟึ่