บาท โอวหยางจือร่วมมือกับสำนักนิกายเพลิงไฟจับท่านอาเล็กของข้าไป ไม่พอยังบีบบังคับให้ข้ามอบทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลมู่แก่เขา ความผิดนี้เขาสมควรตายเป็นหมื่น ๆ ครั้ง”
“อะไรนะ ?”
สำนักนิกายเพลิงไฟถึงกับกล้าลงมือกล้าต่อกรกับขุมกําลังทางโลก เมื่อสิ่งที่เป็นของตนเองถูกผู้อื่นมาทำละโมบโลภมากใส่ ซวนหยวนจือกพลันกริ้วอย่างหนัก “เรื่องนี้สำนักนิกายเพลิงไฟเป็นผู้ก่อ ข้าจะตามตัวสำนักนิกายเพลิงไฟมา…”
“อะแฮ่ม เสด็จพ่อ ท่านอยู่ในที่เก็บตัวคงไม่รู้ว่าเจ้าสำนักนิกายเพลิงไฟถูกทำลายลงแล้ว” ซวนหยวนหลี่ซางขัดจังหวะซวนหยวนจือ
“ถูกทำลายแล้วรึ ? ใครเป็นคนทํา ?” สีหน้าซวนหยวนจือหม่นคล้ำ
“คนทั้งสำนักนี้นั้น ได้กลายเป็นกระดูกขาวไปทั้งหมด คาดว่าคงเป็น…” คิดว่าคงเป็นซวนหยวนจิ่วเยี่ย ทว่าเขาไม่เอ่ยออกไป ซวนหยวนจือก็รู้
ซวนหยวนจือกล่าวพลางขมวดคิ้ว “สำนักนิกายเพลิงไฟได้รับผลกรรมที่พวกมันก่อไว้แล้ว เรื่องนี้จบลงไปแล้ว พวกเจ้าตระกูลมู่ก็อย่าได้ไปทำอะไรตระกูลโอวหยางเลย”
มู่เฉียนซีบีบคอโอวหยางจื่อ นางกล่าวอย่างกรุ่นโกรธ “ฝ่าบาท ถ้าหากข้าจะทำให้โอวหยางจื่อตายในไม่กี่วันนี้ล่ะ”
“มู่เฉียนซีเจ้ากำลังกระทำการล่วงเกิน เช่นนั้นเจ้าอย่าได้หาว่าข้าไม่เกรงใจ ข้านั้นทนกับพวกเจ้าตระกูลมู่มานานพอแล้ว” ซวนหยวนจือโกรธเกรี้ยวหนักขึ้นเรื่อย ๆ พลันแผ่แรงกดดันระดับจักรพรรดิยอดยุทธ์พุ่งเข้าใส่มู่เฉียนซีกับมู่อวู่ซวงราวกับกระแสน้ำเชี่ยวก