ล้ว เชิญท่านอาจารย์ด้านในเจ้าค่ะ”
สำหรับสาวน้อยผู้มีเสน่ห์ผู้นี้ ท่านอาจารย์เผิงมิได้สนใจใด ๆ เลย หากมิใช่เพราะได้ยินมาว่าลูกศิษย์อัจฉริยะแห่งสำนักตานจี้มาร่วมด้วยแล้วละก็ เขาคงไม่มาที่นี่เป็นอันขาด
ความโกลาหลวุ่นวายเมื่อครู่นี้หยุดลงทันทีเมื่อท่านอาจารย์เผิงปรากฏกาย พวกเขาไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นต่อหน้าผู้อาวุโสเช่นนี้ จากนั้นทุกคนพากันเดินกลับเข้าไป
ทันใดนั้น จิ่งเหลียงฮุยกล่าวขึ้น “มู่เฉียนซี ถึงแม้เจ้าจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นจื่อเยี่ย ตระกูลเจ้ายิ่งใหญ่มีอำนาจมาก ก็ใช่! แต่เจ้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับยา ด้วยเหตุนี้ข้าเกิดความรู้สึกไม่ต้องการต้อนรับเจ้า”
“ไม่มีความรู้เกี่ยวกับยารึ ? ฮ่า ๆ ๆ” จวินโม่ซีย้ำคำพูดของจิ่งเหลียงฮุย พลางหัวเราะพรวดราวกับเป็นเรื่องน่าขำ
หากมากล่าวว่านางมู่เฉียนซีไม่มีความรู้เรื่องหยูกยา เกรงว่านักปรุงยาแห่งสำนักตานจี้ผู้นี้คงจะไม่มีความรู้อะไรเลย
เมื่อบุรุษผู้เย็นชาราวรูปปั้นจวินโม่ซีหัวเราะ ก็ทำให้เหล่าสตรีจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ พวกนางจ้องกันตาไม่กะพริบ
จิ่งเหลียงฮุย “นี่เจ้าหมายความว่าท่านผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้ นอกจากจะร่ำรวยแล้วยังรู้เรื่องหยูกยาอีกรึ ?”
มู่เฉียนซี “ข้าจะรู้หรือไม่นั้นเจ้าจะทำไม ?” นางชี้เรือลำนี้ และกล่าวต่ออีกว่า “เรือลำนี้เป็นของข้า เป็นของตระกูลมู่ หากเจ้ากล้าไม่ให้ข้าเข้าไป ข้าจะระเบิดเรือนี้ ดูซิว่าเจ้าจะจัดงานอะไรได้อี