่างดี
ร่างกายของมู่หรูเหยียนไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว ทว่านางเจ็บปวดจนใบหน้างามเปลี่ยนกลายเป็นเขียวคล้ำ ทำให้ผู้ที่เห็นสภาพนางในตอนนี้นั้น อดที่จะรู้สึกสงสารนางมิได้
ซวนหยวนหลี่ซางคำราม ความโกรธขึ้งเข้าครอบงำ “มู่เฉียนซี เจ้ามันโหดร้ายเกินไปแล้ว!”
“ท่านพี่ ท่านพี่…” มู่หรูอวิ๋นวิ่งหุนหันออกมา ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาใสไหลริน ร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงพี่สาวอย่างสุดหัวใจ
มู่เฉียนซีชี้ไปที่มู่หรูอวิ๋น กล่าวเสียงเยือกเย็น “ไม่ต้องมาร่ำไห้ที่นี่ หากจะร้องก็กลับไปร้องที่จวน”
“ส่วนท่าน องค์รัชทายาท หากไม่พอใจก็ลงมาประลองกับข้าได้เลย อย่าเอาแต่ยืนโหวกเหวกโวยวายเยี่ยงสตรีอยู่ตรงนั้น ฟังแล้วช่างน่ารำคาญ” มู่เฉียนซีกล่าวต่อว่าซวนหยวนหลี่ซาง นางดูถูกเหยียดหยามไม่คิดไว้หน้าองค์รัชทายาท
ใบหน้ามู่หรูอวิ๋นแข็งทื่อไป ส่วนซวนหยวนหลี่ซาง โกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ
“มู่เฉียนซี เจ้ามันบังอาจยิ่งนัก รนหาที่ตายแล้ว!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉื่อยชา “องค์รัชทายาท จำได้ว่าท่านยังใช้หนี้ไม่หมด ระยะเวลาก็เข้าใกล้มาทุกทีแล้ว ให้ข้าส่งคนไปทวงหนี้ท่านถึงวังหลวงดีหรือไม่ ?”
ซวนหยวนหลี่ซางได้ยินวาจานางถึงกับพูดไม่ออก คำพูดจุกในอก หนี้เหล่านั้นที่เขาได้ใช้คืนไปบ้างแล้ว เขาต้องขายทรัพย์สมบัติไปเกือบหมด ทว่าจนถึงตอนนี้ ก็ยังใช้คืนนางไม่หมดไม่สิ้น มาวันนี้นางกล่าวถึงหนี้ต่อหน้าพสกนิกร ทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ไม่จำเป็นต้อ