ูลมู่โปรดชี้แนะข้า โปรดเบามือให้ซินหรานผู้นี้ด้วย”
แสงสลัววาบผ่านดวงตาดำขลับของมู่เฉียนซี “หากนายน้อยอวิ๋นมิใช่ศัตรูของข้า ข้าเบามือให้แน่ แต่หากใช่แล้วละก็… ชะตากรรมของนายน้อยก็คงเป็นดั่งมู่หรูเหยียนเมื่อครู่”
อวิ๋นซินหรานยิ้มจาง ๆ กล่าวว่า… “ซินหรานจะเป็นศัตรูกับท่านผู้นำตระกูลมู่ได้อย่างไร ? ท่านผู้นำตระกูลกล่าวเรื่องตลกขบขันแล้ว”
“เช่นนั้นเรามาเริ่มการประลองและรีบปิดการประลองกันดีกว่า อย่าได้เสียเวลาเลย” มู่เฉียนซีกล่าวเคร่งขรึม หากอวิ๋นซินหรานไม่มีเจตนาจะฆ่าสังหารนาง นั่นแสดงว่าเขามิใช่ผู้อยู่เบื้องหลัง
“ตกลง” อวิ๋นซินหรานกล่าวอย่างใจเย็น
ฉับพลันทันใดร่างอวิ๋นซินหรานปกคลุมไปด้วยแสงสีขาว กลิ่นอายที่กระจัดกระจายออกมาไม่เหมือนกับมู่หรูเหยียนแม้แต่น้อย ทุกคนที่นั่งอยู่ได้เห็นแก่สายตาพร้อมกัน ต่างตกอกตกใจเป็นอย่างมาก บ้างเอามือทาบอก บ้างเอามือปิดปาก “สวรรค์โปรด! ใครก็ได้บอกข้าที ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าคุณชายใหญ่แห่งตระกูลอวิ๋นจะเป็นเพชรในตมเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะอยู่ในอันดับสี่ ไม่นึกไม่ฝันว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเป็นถึงจอมภูตระดับหนึ่ง”
“วิเศษนัก! คุณชายอวิ๋นผู้นี้อายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น”“หากปรารถนาจะเอาชนะท่านผู้นำตระกูลมู่ จำเป็นต้องใช้พลังที่มีอยู่ทั้งหมด” อวิ๋นซินหรานกล่าวเสียงสงบ ขณะที่ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ เป็นจอมภูตระดับสอง ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งขึ้นจนถึงข