ลังที่มีอยู่ทั้งหมด” อวิ๋นซินหรานกล่าวเสียงสงบ ขณะที่ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ เป็นจอมภูตระดับสอง ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด จากนั้นกระโดดเข้าจู่โจมมู่เฉียนซีด้วยฝ่ามือใหญ่
“โอ้! คุณชายอวิ๋นที่ดูอ่อนโยน ลงมือได้อย่างงดงาม” ผู้ชมบางคนอุทานขึ้น
สีหน้าเยวี่ยเจ๋อเคร่งขรึม “ไม่นึกเลยว่าอวิ๋นซินหรานจะซ่อนตัวได้ดีเช่นนี้ หากวันนี้เขาไม่ได้ประลองกับพี่ใหญ่ พวกเราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาแข็งแกร่ง”
มู่เฉียนซีในตอนนี้มิได้หลบแต่อย่างใด อีกทั้งยังกล่าว “พลังเล็กน้อยแค่นี้ คิดว่าจะทำอะไรคนอย่างข้าได้เช่นนั้นรึ ?”
“ผนึกมังกรวารี!”
มังกรวารีลอยทะยานขึ้นในอากาศ พุ่งเข้าโจมตีอวิ๋นซินหราน ทว่าอีกฝ่ายกะพริบร่างหลบการโจมตีนี้ได้ ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะประมาทท่านผู้นำตระกูลมู่ไปเสียแล้ว” ทันใดนั้นร่างของเขาก็ลอยขึ้นฟ้า ภาพฝ่ามือแยกออกนับหมื่น เสียงขู่คำรามดังกระหึ่ม
“ฝ่ามืออรหันต์!”
ฝ่ามืออรหันต์นับหมื่นพุ่งลงใส่มู่เฉียนซี ต่อให้เป็นจอมภูตระดับสามก็ต้องหลบหลีกฝ่ามือนับหมื่นนี้ ยิ่งมู่เฉียนซีผู้เป็นจอมภูตระดับหนึ่งยิ่งต้องหลบ ความยิ่งใหญ่ของฝ่ามืออรหันต์นี้มีมาก ทั้งทรงพลังทั้งน่าหวาดหวั่น ดวงตาของนางเปล่งแสงเย็นวาบ จำเป็นต้องหาจังหวะโต้กลับทันที
“วารีสะท้านสวรรค์!” หยดวารีนับหมื่นนับพันหยดลงมานับไม่ถ้วน นางจู่โจมด้วยพลังซ้ำอีกครั้ง “ห่าฝนบุปผา!”
กลิ่นอายเย