“เจ้า…” มู่เฉียนซีจ้องมองเขาอย่างโกรธเกรี้ยว
สายตาของจิ่วเยี่ยจับจ้องใบหน้าสีแดงของนางก่อนจะกล่าวว่า… “ใจเย็น ๆ รอให้ข้าถอดหน้ากากออกก่อนแล้วค่อยตบ เดี๋ยวมือเจ้าเจ็บ”
หน้ากากนี้มีดแทงไม่เข้า ถูกน้ำถูกไฟก็ไม่ละลาย ประหนึ่งเป็นโลหะแข็งที่สุดในโลก หากว่าฝ่ามือขาวนุ่มของนางตบลงไป ที่บวมคงไม่ใช่ใบหน้าของเขา แต่เป็นมือของนาง มู่เฉียนซีได้ทราบก็ตัวแข็งทื่อ นางไม่คิดที่จะตบหน้าเขาผู้นี้อีกต่อไป
“จิ่วเยี่ย หลับตาเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าคงอดไม่ได้ที่จะวางยาพิษที่ตาของเจ้า”
บุรุษผู้นี้เป็นคนเช่นไรกัน ? เอาเปรียบผู้อื่น ตนกลับยังทำตัวสูงส่ง มู่เฉียนซีรู้สึกหมดหนทางโดยแท้
แต่ก็ยังดี จิ่วเยี่ยหลับตาลงจริง ๆ จากนั้นนำเสื้อคลุมของตนเองมาห่อร่างมู่เฉียนซีและพาออกไป
มู่เฉียนซีตะโกน “จิ่วเยี่ย เจ้าจะพาข้าไปไหน ? อย่างน้อยก็ให้ข้าแต่งตัวให้ดีก่อนแล้วค่อยว่ากันไม่ได้เลยหรือ ?!”
“ไม่จําเป็น อย่างไรเดี๋ยวเจ้าก็ต้องถอดออกอีกครา” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเข้ม
มู่เฉียนซีสับสนในใจ จิ่วเยี่ยนึกคิดทำสิ่งใดกันแน่ ? บุรุษชุดดำผู้นี้เป็นคนเย็นชาอย่างมาก ราวกับว่าไม่มีความรู้สึกของมนุษย์อยู่ในกาย นางคิดไม่ออกเลยจริง ๆ
จิ่วเยี่ยพานางเข้าไปยังจวนเยี่ยอ๋อง มันเป็นสถานที่ที่มีหมอกสีขาวปกคลุมทึบครึ้ม ทั้งอากาศยังหนาวเย็นนัก เขาวางร่างมู่เฉียนซีลงอย่างเบามือ
“นี่คือน้ำพุเย็น” มู่เฉียนซีกล่าว ใบหน้าตกตะลึง
นางแช่ในน้ำเย็นธรรม