องเป็นผู้ชายที่ไม่รู้จักหยุดยั้ง เจ้าจะกลายเป็นคนที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด… เจ้าต้อง… เจ้าต้อง…”
มู่เฉียนซีหยิบอาภรณ์ออกมาสวมใส่ชุดหนึ่งจากแหวนมังกรเทพวารี จากนั้นไปร่ำลากับจิ่วเยี่ย
“ตอนแรกข้าคิดว่าคืนนี้คงจะยุ่งอยู่กับการแก้พิษแล้วเชียว ไม่คิดเลยว่าจะสามารถแก้พิษได้ภายในครึ่งชั่วยามที่สระน้ำพุเย็น เช่นนั้นข้าก็สามารถไปดูอาการของโอวหยางเหว่ยได้”ยาพิษชนิดนั้น นางรู้สึกว่าตระกูลโอวหยางอาจไม่สามารถแก้เอาออกมาได้ นอกจากนี้ นางยังรู้สึกไม่สบายใจกับกลอุบายร้ายกาจที่โอวหยางเหว่ยคิดขึ้นมาเบื้องหลังโอวหยางเหว่ยต้องมีมืออยู่คู่หนึ่งเป็นแน่แท้ มือใครบางคนที่คอยพลักดันนาง และขุดหลุมพรางขนาดใหญ่เช่นนี้ให้นางตกลงไป“ไปด้วยกัน” จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีออกจากจวนเยี่ยอ๋องเมื่อออกจากจวนเยี่ยอ๋อง นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป“จิ่วเยี่ย นี่ไม่ใช่ทางที่จะไปตระกูลโอวหยาง”“สตรีผู้นั้น ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในตระกูลโอวหยาง”มู่เฉียนซีเบะปาก “ตระกูลโอวหยางทําอะไร ? พวกเขาปล่อยนางออกไป ดูแลโอวหยางเหว่ยไม่ดี ไม่กลัวจะออกไปทำร้ายคู่สามีภรรยาชายหญิงหรอกหรือ ?!”แต่เมื่อจิ่วเยี่ยพานางมาถึงตรอกซอยที่อากาศค่อนข้างเย็น นางก็รู้แล้วว่าโอวหยางเหว่ยหมดโอกาสที่จะทำร้ายคู่สามีภรรยาชายหญิงแล้ว เพราะตอนนี้นางถูกล้อมไปด้วยพวกขอทานที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งมือทั้งสองของนางยกขึ้นมาบังลูกตาตนไว้ พริบตาเดียวทุกผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าพลันกลา