นี่จึงไม่เหมาะที่จะอยู่นาน รีบกลับสํานักเพื่อรายงานการขนย้ายกองกำลังทหารจะเป็นการดีกว่า
ขณะที่พวกเขากําลังจะถอยทัพ ทันใดนั้นชายผู้หนึ่งดูราวกับเทพมารนํากองกําลังโครงกระดูกสีแดงเลือดอันมืดมนมาขวางทางพวกเขาเอาไว้
หน้ากากสีดําสนิทนั้น กลิ่นอายเย็นยะเยือกนั้น… ต่อให้พวกเขาเป็นศิษย์ที่ชอบเก็บตัวในสํานักก็รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร สีหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“เยี่ยอ๋อง!”
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเมินเฉย “โครงกระดูกไปจัดการ อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว”
ทหารกระดูกโลหิตได้รับคําสั่งให้เริ่มลงมือกับคนของสํานักนิกายเพลิงไฟ ราวกับกําลังเก็บเกี่ยวฟางข้าว เหล่าโครงกระดูสีแดงเลือดจัดการเก็บคนของสํานักนิกายเพลิงไฟและตระกูลโอวหยางที่ก่อความวุ่นวายในจวนตระกูลมู่ให้สะอาด
“อ๊า! อย่าฆ่าข้า! อย่าฆ่าข้าเลย!”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์สิ้นหวัง โอวหยางเฉียงตกใจแทบบ้า เดิมทีคิดว่าการกระทําในวันนี้จะสามารถทําให้ตระกูลมู่ประสบกับความพินาศ คาดไม่ถึงว่าทหารปีศาจในนรกเหล่านี้ จะปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
วิธีการกระหายเลือดอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้คนที่สังหารเขาและคนของสํานักนิกายเพลิงไฟกลัวจนตัวสั่น
ความเย็นยะเยือกลึก ๆ สาดเทเข้าที่สมองของโอวหยางเฉียงในพริบตา โอวหยางเฉียงซีดเผือดลงในทันที
— ตึง! —
เสียงนั้นราวกับหมูที่ตายแล้วล้มลงกับพื้น
ความเร็วในการกวาดล้างของทหารกระดูกโลหิตรวดเร็