ซีอธิบายอย่างช้า ๆ
“เส้นประสาทชา หมายความว่าอย่างไรกัน ?” จวินโม่ซีถาม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
“เส้นประสาทมีอาการชาก็คือ…”
มู่เฉียนซีอธิบาย ขณะที่จวินโม่ซีก็ฟังอย่างตั้งใจ สุดท้ายนางหยิบยาแก้พิษออกมายื่นให้จวินโม่ซี ทว่าเขากลับปฏิเสธทันควัน “ไม่ ข้าไม่ดื่มยาที่เจ้าปรุงมาแล้ว เจ้าต้องปรุงยาใหม่ให้ข้า ข้าจะดูว่าเจ้าปรุงยาแก้พิษอย่างไร ?”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กล่าวถามออกไป “หืม ? ท่านแน่ใจรึว่าจะทนพิษได้ ?”
ทุกย่างก้าวของจวินโม่ซีในเวลานี้แข็งทื่อ ทั่วร่างของเขาทั้งเจ็บทั้งชา แต่เขาพยักหน้าอย่างเฉยเมย “ข้าทนได้อยู่แล้ว ข้าเป็นใครเจ้าลืมไปแล้วรึ ? ข้า… ราชาโอสถผู้ยิ่งใหญ่ รู้ไว้เสียด้วย!”
“ดี งั้นท่านพาข้าไปห้องโอสถท่าน ท่านจับตาดูให้ดีล่ะ”
“เชิญทางนี้ เชิญ…”
สำหรับเรื่องการปรุงยา ทั้งสองสนทนากันอย่างถูกคอ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เพียงกล่าวถึงการปรุงยาก็ตื่นเต้นแล้ว มู่เฉียนซีลืมจิ่วเยี่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นางไปเสียสนิท
ดวงตาสีฟ้าเยียบเย็นคู่นั้นเฝ้ามองทั้งสองเดินจากไป จากนั้นความเย็นยะเยือกแผ่คลุมเปลี่ยนบรรยากาศให้เหน็บหนาวเย็นภายในชั่วพริบตาเดียว
มู่อีอดไม่ได้ที่จะบ่นพร่ำในใจ ‘ท่านผู้นำ ท่านทิ้งเยี่ยอ๋องไว้เช่นนี้แล้วก็เดินจากไปเฉย ๆ ผู้ที่ต้องอยู่กับบรรยากาศอันเย็นยะเยือกกลับเป็นพวกเรา เฮ้อ…’
บรรยากาศความเย็นยะเยือกนี้… ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
“อ้อ มันเป็นเช่นนี้นี่เอ