รวารีสะท้านฟ้าโจมตีสวนกลับเหมือนคราวก่อน คงไม่ได้เป็นแน่แท้ ความแตกต่างของพลังมากเกินไปจนเห็นได้ชัด ผู้นำตระกูลมู่จะต้องเจ็บหนักแน่นอน แต่ที่ทำให้คนทั่วไปตกตะลึงก็คือ มู่เฉียนซีกลับยืนอยู่บนเวทีประลองโดยไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย
นางคงไม่ได้กลัวจนนิ่งอึ้งตะลึงเอ๋อไปหรอกนะ!
“พี่ใหญ่!” สีหน้าเยวี่ยเจ๋อซีดเผือด เขาบีบแก้วดินเผาที่อยู่ในมือจนแตก
“ซีเอ๋อร์!” เสียงนั้นส่งออกมาด้วยความร้อนใจดั่งไฟสุมในทรวง เจ้าของเสียงคือหญิงงดงามประหนึ่งนางฟ้านางสวรรค์… มู่หรูเหยียน
“โล่วิญญาณวารี!”
ก่อนที่ลมพายุนั่นจะม้วนตัวมาถึง โล่วิญญาณของนางผ่อนบรรเทาแรงลมนั้นลง
— แควก! —
ทว่าแขนเสื้อของนางฉีกขาด! เผยให้เห็นผิวขาวดุจดั่งหิมะเหมันตฤดู รอยขูดขีดที่มีเลือดซึมปะปนปรากฏอยู่หลายรอย
ทันใดนั้น ร่างมู่เฉียนซีเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งผีสางที่หายตัวได้ตามใจ หาช่องหลบจากพายุที่หมุนกระหน่ำนั้นได้ และพุ่งตัวออกไป
“องค์รัชทายาทหลี่ซางที่รัก ต่อไปทีข้าบ้างล่ะนะ” มู่เฉียนซีกล่าวพลางแย้มยิ้ม สิ้นวาจา เข็มยาพุ่งออกจากมือนางไป
ซวนหยวนหลี่ซางรู้สึกได้ถึงแรงพิฆาตที่พุ่งเข้ามา เขาสามารถจับกุมเข็มที่แหลมเล็กไว้ได้เข็มหนึ่งจึงกล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “มู่เฉียนซี เจ้า… เจ้าโดนต้อนให้จนมุมแล้วหรืออย่างไรถึงได้ใช้อาวุธลับล้าสมัยมาลอบโจมตีข้า”
— เคร๊ง! —
ลมพัดกระโชกเข้ามา ป้องกันเข็มยาเข็มนั้นไว้ได้!
ทว่ายังไม่หมด ยังมีเข็มที่เล็กกว่าน