็ดอย่างเยวี่ยเจ๋อ ต่อมาก็ชนะสตรีอัจฉริยะอันดับสี่อย่างโอวหยางเหว่ย มาวันนี้นางยังจะประลองฝีมือกับบุรุษอัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างองค์รัชทายาทซวนหยวนหลี่ซางอีก”
“ข้าได้ยินมาว่าท่านผู้นำตระกูลมู่เป็นผู้บำเพ็ญภูติธาตุวารี ส่วนองค์รัชทายาทใกล้จะเป็นจอมภูตธาตุวายุเชียวนา เขาอยู่ระดับผู้บำเพ็ญภูตระดับเก้าแล้ว เผลอ ๆ เขาอาจเป็นถึงระดับจอมภูตไปแล้วก็ได้ ครานี้เราได้ดูของดีเป็นแน่”
เยวี่ยซู่กล่าวกับเยวี่ยเจ๋อ “พี่ใหญ่ ท่านเชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่ผู้นั้นของท่านจริง ๆ รึ ? จะว่าไป… ท่านห้ามข้าไม่ได้หรอก ข้าเอาจวนทั้งจวนค้ำประกันไว้แล้ว”
“เยวี่ยซู่ พี่ใหญ่ข้านำเอาเงินค้ำประกันจำนวนสามล้านเหรียญทองคำให้จินอู๋ถางไปแล้ว เงินจำนวนพันสองเหรียญเงินของเจ้ายังเทียบกับเศษเงินของพี่ใหญ่ข้าไม่ได้เลย ข้าจะไปห้ามเจ้าทำไมกัน ?” เยวี่ยเจ๋อกล่าวดูแคลนผู้เป็นน้องชาย ท่าทีเขาเฉยเมย
เยวี่ยซู่กำหมัดแน่น คับข้องใจนัก ทำอะไรไม่ได้ “ก็ดี เช่นนั้นข้าจะเทหมดหน้าตักไปเลย”
“อ๊าาาา! นั่น! องค์รัชทายาทลงสนามประลองแล้ว” เสียงร้องของสตรีผู้หนึ่งดังลั่นขึ้น ทำให้ผู้คนหันสายตาลงไปมองกลางสนามประลองทันที
วันนี้ซวนหยวนหลี่ซางมาในชุดขาว ทว่าดูไม่อ่อนโยนเหมือนก่อน เขาดูดุร้ายกว่าปกติเล็กน้อย ผมสีน้ำหมึกสยายตามสายลมพัดเบา ๆ ใบหน้างดงามอย่างบุรุษเพศทรงเสน่ห์ลึกล้ำ ผู้คนมิอาจละสายตา
หากตระกูลมู่ไม่มีคุณชายสามมู่อวู่ซวง จะกล่าวว่าองค์รัช