าถึงสองระดับ สวรรค์! เก่งกาจยิ่งนัก”
เกิดแสงประกายวาบในดวงตาเยวี่ยเจ๋อ เขาเองก็กล่าวชื่นชม “ข้า… คิดไม่ถึงเลยว่าพี่ใหญ่จะบรรลุระดับแปดไปแล้ว ดูเหมือนว่าข้าจะต้องพยายามขึ้นไปอีก”
เยวี่ยซู่กล่าวด้วยเสียงสั่น ๆ “พี่ใหญ่ ท่านก็น่าจะใกล้บรรลุแล้วใช่ไหมล่ะ ?”
เยวี่ยเจ๋อพยักหน้าตอบ “อืม ระดับเจ็ด ใกล้แล้ว”
เยวี่ยซู่กล่าวถามขึ้นมาอีก “พี่ใหญ่ ท่านลองถามพี่ใหญ่ผู้นั้นของท่านให้ข้าหน่อยสิว่าต้องการน้องชายเพิ่มอีกคนหรือไม่ เป็นน้องชายได้ฝึกฝนรวดเร็วเช่นนี้ คนอื่นคงอิจฉาแย่”
“ข้าคิดว่าพี่ใหญ่ข้าคงไม่ต้องการ ถึงแม้จะต้องการพี่ใหญ่ก็คงไม่มองเจ้าหรอก” เยวี่ยเจ๋อกล่าวอย่างไร้ความปรานี ทำเอาหัวใจของเยวี่ยซู่เหี่ยวฟีบ
— ตูม! ตูม! ตูม! —
ในขณะที่สองพี่น้องตระกูลเยวี่ยกำลังสนทนากันอยู่นั้น บนเวทีการประลอง มู่เฉียนซีกับซวนหยวนหลี่ซางปะทะกันนับกระบวนท่าไม่ถ้วน
พลังธาตุวายุปะทะกับพลังธาตุวารีอย่างดุเดือด ความแข็งแกร่งพอ ๆ กันแทบจะแยกไม่ออกว่าใครเหนือกว่าใคร ช่างเป็นที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับเหล่าผู้ชมเสียจริง
ทว่า… สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจนั่นก็คือมู่เฉียนซี ถึงแม้ว่านางจะอยู่ระดับต่ำกว่าองค์รัชทายาทไปมาก ความแข็งแกร่งของนางหาใช่จะต่ำไปกว่าองค์รัชทายาท ฝีมือทั้งคู่สูสี แทบดูไม่ออกว่าใครแข็งแกร่งกว่า
ซวนหยวนหลี่ซางรู้ดี สงครามการประลองครั้งนี้อันที่จริงเขามิอาจสู้มู่เฉียนซีได้ ในทีแรกเขาก็มั่นใจ ทว่าคิดไ