่งจวนให้สะอาดงามตา มิเช่นนั้นจะดูไม่เหมาะกับคุณหนูใหญ่ของพวกข้า”ทันใดนั้นน้ำเสียงอันเย็นยะเยือกดังขึ้น “เหอะ! ในเมื่อคุณหนูใหญ่ของพวกเจ้าไม่เหมาะกับตระกูลมู่ของข้า เช่นนั้นก็ไสหัวออกไปจากจวนของข้าเสียสิ!”เมื่อข้ารับใช้เหล่านี้เห็นร่างสตรีชุดสีม่วงเจ้าของวาจาเมื่อครู่ พวกเขาก็ดูไม่ออกว่าเป็นใคร ทว่าวาจาของนางที่เอื้อนเอ่ยคำว่าตระกูลมู่ของข้า เหล่าบรรดาข้ารับใช้รู้ทันทีว่านางเป็นใครสีหน้าของเหล่าข้ารับใช้ตะลึงอึ้งงันไปตาม ๆ กัน“ท่านผู้นำตระกูล!”ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยินมาว่าท่านผู้นำตระกูลไม่เหมือนท่านผู้นำตระกูลคนเดิมแล้ว ทว่าในใจลึก ๆ พวกเขาก็ยังคงดูถูกนางอยู่ถึงแม้ว่าตอนนี้ท่านผู้นำตระกูลเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ทว่าในสายตาพวกเขา นางก็ยังมิอาจเทียบกับคุณหนูใหญ่ เทพธิดาบนสวรรค์ที่จุติมาเกิดบนโลกมนุษย์ของพวกเขาได้“มีใครอยู่แถวนี้มานี่หน่อยเร็ว ลากตัวข้ารับใช้พวกนี้ออกไปโบยคนละห้าสิบไม้แล้วไล่ออกจากจวนไปให้หมด” มูเฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย“ซีเอ๋อร์ เป็นเพราะข้าเองพวกนางจึงได้บังอาจกล่าววาจาเช่นนั้นออกไป หากเจ้าจะลงโทษก็ลงโทษข้าเถิด”เสียงแข็งแกร่งทว่าแฝงความนุ่มนวล น้ำเสียงดูจะซ่อนเร้นความทุข์ชวนให้คนสงสารดังขึ้น— กริ๊ง! —เสียงกระดิ่งลมดังขึ้น รถม้าคันหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาอย่างช้า ๆสายลมพัดมาพาให้รู้สึกสดชื่น ม่านสีขาวปลิวไสวตามสายลมทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับเทพธิดากำลังจะปรากฏตัวดวงตาขอ