่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? นี่ข้ามีพี่สาวด้วยรึ ?!”มู่หรูเหยียนเม้มปากเล็กน้อย ดวงตาของนางหลุบต่ำลง ดูชุ่ม ๆ เสมือนมีน้ำตาจาง ๆ คลออยู่ภายในดวงตาคู่นั้นนางมองมู่เฉียนซีด้วยสายตากล้ำกลืนประหนึ่งเก็บงำความเสียใจไว้นาน นางกล่าวว่า… “ซีเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าเย็นชากับข้าถึงเพียงนี้ ? ข้าทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจหรือ ?”“ดูเหมือนว่าเจ้ายังพอมีสำนึกอยู่บ้างนะ” มู่เฉียนซีมองนางด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม“ทุกคนฟังข้าให้ดี นับตั้งแต่นี้ต่อไปตระกูลมู่ของข้ามีเพียงข้ามู่เฉียนซีเป็นผู้นำตระกูล และท่านอาเล็กของข้า มู่อวู่ซวงเท่านั้น! หากมีแมวมีสุนัขตัวใดเสแสร้งอ้างตัวว่าเป็นญาติพี่น้องข้าอีกละก็ จัดการกับมันผู้นั้นและไสหัวมันออกไปจากจวนตระกูลมู่โดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น”เยวี่ยเจ๋อขมวดคิ้ว กล่าวขึ้นว่า “เกิดมาหลายปีข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อนเลย หลานสาวของข้ารับใช้ตระกูลมู่ตั้งตนว่าเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูล”มู่หรูเหยียนได้ยินวาจาของเยวี่ยเจ๋อ นางรู้สึกกระทบตนเองอย่างรุนแรง จึงตกใจร่นตัวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดวงตานางเบิกกว้าง กัดริมฝีปากล่างด้วยความกล้ำกลืน จากนั้นไม่นาน นางก็กล่าวขึ้น “ข้า…”“เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกรึ ?”มู่เฉียนซีจ้องมองมู่หรูเหยียน นัยน์ตาดำขลับดุจน้ำหมึกมีเพียงความเย็นชา.
“รีบเก็บกวาดใบไม้พวกนี้ให้สะอาด”
“เช็ดกระเบื้องเคลือบให้สะอาดสะอ้านด้วยล่ะ เจ้าน่ะ”
“ดอกไม้ที่ประตูจวน เปลี่ย