— ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! —
อาวุธที่ซ่อนอยู่จำนวนมากพุ่งเข้าล้อมโอวหยางฉี เขาไม่มีทางเลือก คว้าร่างขององครักษ์ที่อยู่ข้างกายทั้งสองมาบังเอาไว้
— ฉึก! ฉึก! —
องครักษ์สองคนที่จงรักภักดีต่อโอวหยางฉีถูกเจ้านายตนเองคว้ามาเป็นเกราะกำบัง เขาตายอย่างน่าอนาถทันที
ราชายอดยุทธ์ผู้หนึ่งวิ่งหนีความตายอย่างสุดชีวิต ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีอาวุธลับอยู่ในมือ ทว่ามิอาจต้านทานความเหี้ยมโหดของนางได้
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ไม่ต้องตามไป หากตามไปเกรงว่าโอวหยางฉีจะลากพวกเจ้าลงนรกไปด้วย สำหรับข้า ชีวิตพวกเจ้ามีค่ามากกว่าเศษสวะอย่างโอวหยางฉีนั่นมาก”
มู่อีและคนอี่น ๆ รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โอวหยางฉีเอาชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นเกราะกำบังเพื่อเอาตัวรอด จิตใจช่างโหดเหี้ยมเห็นแก่ตัวยิ่งนัก!
ผู้นำตระกูลของพวกเขานั้นไม่มีทางทำเช่นนี้เด็ดขาด!
ทันใดนั้น มู่สือซานกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ “ท่านผู้นำตระกูล แย่แล้ว! บุรุษผู้นี้ไม่หายใจแล้วขอรับ!”
“ไม่หายใจแล้วงั้นรึ ?!” มู่เฉียนซีผงะไป
หากกล่าวตามหลักเหตุผล คนของตระกูลโอวหยางไม่ได้ทำร้ายโดนเขา เขาไม่ควรตายเช่นนี้เลย เหตุใดถึงสิ้นลมหายใจไปเสียได้ ?
มู่เฉียนซีนั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆ เขาเพื่อตรวจสอบดู “ไม่เพียงแต่ไม่หายใจเท่านั้น หัวใจของเขาก็หยุดเต้นด้วย”
“หืม ? เขาตายอย่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก” องครักษ์เงากล่าวด้วยความสงสัย
มู่เฉียนซีตรวจสอบร่างกายของเขา ทันใดนั้นร่องรอยความ