ล้วมันจะไม่ดูไร้ความรับผิดชอบไปหน่อยหรือ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวยืนยันว่าไม่ใช่คนของตระกูลมู่เช่นนี้ ทำเอาโอวหยางจูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นอีกครั้ง
“ท่านผู้นำตระกูลมู่ ถึงแม้ว่าคนเหล่านั้นมิใช่คนของตระกูลมู่ ทว่าเป็นท่านมิใช่รึที่เป็นคนยุยงให้คนเหล่านั้นทำร้ายโอวหยางเฉียง ?”
มู่เฉียนซียิ้มอย่างไร้พิษภัย
“หึ! ยุยงให้คนอื่นทำร้ายร่างกายบุตรชายท่านน่ะหรือ ? ข้าผู้นำตระกูลมู่จะกระทำเรื่องเหี้ยมโหดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ท่านผู้นำตระกูลโอวหยาง ท่านสืบสาวเรื่องราวความจริงให้แน่ชัดก่อนจะดีกว่า หากท่านกล่าวว่าข้าเป็นคนยุยงคนเหล่านั้น อย่างน้อยท่านก็หาพยานมาก่อนสิ”
คนที่ทุบตีโอวหยางเฉียงเหล่านั้นต่างก็เผ่นหนีกันไปหมดแล้ว จะไปหาพยานมาจากที่ไหนได้ ?
ผู้นำตระกูลโอวหยางบันดาลโทสะ เขาโกรธแทบลมจับ เมื่อใดที่ผู้นำตระกูลมู่มา มักจะเป็นเรื่องไม่ดีทุกคราไป
มู่เฉียนซีกล่าวต่ออีกว่า “ท่านผู้นำตระกูลโอวหยาง แม้แต่หลี่อ๋องผู้เป็นโอรสของฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ย ทำรถม้าข้าพังเสียหายยังต้องชดใช้ให้ข้าเลย บุตรชายคนรองของท่านทำลายหอหมอปีศาจของข้าเสียหายอย่างรุนแรง หากไม่ชดใช้ให้ข้าเช่นนี้จะทำให้ข้าโกรธมากท่านรู้หรือไม่ ?”
รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏที่มุมปากของนาง “หรือว่าเราจะเข้าวังหลวงไปกราบทูลฝ่าบาท ให้ฝ่าบาทตัดสินเรื่องนี้ดีหรือไม่ ? ต่อให้บุตรชายคนรองของท่านจะสูงส่งกว่าหลี่อ๋อง หากทำลายข้าวของของตระกูลมู่เสียหายแล้วไม่