มู่เฉียนซีก้มหน้าลง นางกล่าว “หากไม่ใช่โรงเหล้าเมาควันที่ตรอกหลิ่วอวิ๋น ก็ยังมีเรือบุปผาที่ทะเลสาบเมิ่งหู แล้วยังมีถนนบุปผาสายนั้นอีกใช่ไหม ? เยวี่ยเจ๋อ เจ้าหน้าแดงทำไมกัน ?”
“พี่ใหญ่ นี่อาจจะ…” เยวี่ยเจ๋อมองมู่เฉียนซีอย่างกระอักกระอ่วน
มู่เฉียนซีตบบ่าเขา กล่าวถาม “มีอะไรต้องเกรงใจรึ ?” ที่ดินสามผืนนี้ไม่นานก็เป็นของพี่ใหญ่เจ้าแล้ว หากอยากไปเที่ยวเล่นหรืออย่างไรก็ได้ทั้งนั้น อยากได้หญิงงามกี่คนมาอยู่เป็นเพื่อนก็ย่อมได้ ครางเสียงดังก็ไม่เป็นไรด้วย”
“ข้า…” เยวี่ยเจ๋อ ชายหนุ่มแสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและไร้มลทินใดติดกาย เวลานี้ทั้งใบหน้าทั้งหลังหูแดงระเรื่อเมื่อฟังมู่เฉียนซีกล่าวเช่นนั้น
“พี่ใหญ่ พอเถอะ”
“ไม่ มันจําเป็นนะข้าจะบอกให้ เยวี่ยเจ๋อ ยิ่งเจ้าจะอายุสิบเจ็ดปีแล้ว เจ้าใกล้บรรลุนิติภาวะ คาดไม่ถึงว่าแม้กระทั่งสถานที่เหล่านั้นเจ้ายังไม่เคยไปกรายใกล้ ท่านแม่ทัพเยวี่ยจะโหดร้ายกับลูกชายเกินไปแล้ว” มู่เฉียนซียิ่งพูดก็ยิ่งสนุก
โอวหยางจูไอจนใบหน้าดําคร่ำครึ้ม “แค่ก ๆ ๆ ท่านผู้นำตระกูลมู่…”
เขายังไม่ได้รับปากว่าจะให้ทรัพย์สมบัติสําคัญเหล่านี้กับนางสักหน่อย นางก็พูดกับเยวี่ยเจ๋อว่าเดี๋ยวจะเป็นของนางซะแล้ว มู่เฉียนซีสตรีผู้นี้ช่างไร้ยางอายนัก!
มู่เฉียนซียิ้มเยาะ กล่าวกับเยวี่ยเจ๋อ “เยวี่ยเจ๋อ อ่านต่อไป!”
เยวี่ยเจ๋อสงบอารมณ์ลงก่อนจะกล่าวว่า “ยังมีโรงพนันจำนวนมาก และหอยาหุยชุน…”
มู่เฉียนซีร