“ฮ่องเต้เป็นคนขี้งก สวนสมุนไพรวิญญาณแห่งนี้ถูกซ่อนอยู่ในค่ายกล คาดว่าสมุนไพรวิญญาณอันล้ำค่าทั้งหมดต้องถูกซ่อนไว้ในค่ายกลเป็นแน่” อาถิงบ่นพึมพำ เบะปากเหยียดหยาม
“ค่ายกลรึ ?” มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น “เจ้าสามารถทำลายเพื่อเปิดค่ายกลนั้นได้หรือไม่ล่ะ ?”
“มันก็ได้ แต่ข้าขออะไรเจ้าสักหนึ่งอย่าง เจ้าจะให้ข้าไหม ?” อาถิงย้อนถาม
คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าบ้านี่จะกล้าต่อรองกับนาง มู่เฉียนซีแสดงท่าทีไม่แยแสก่อนจะกล่าวออกมา “ขออะไรก็รีบ ๆ ว่ามา เสียเวลาข้าจริง ๆ!”
“เจ้าต้องรับปากข้าว่าถ้าหากเจ้ายังบุกเบิกพลังถึงระดับที่สองไม่ได้ เจ้าห้ามบุกรุกพื้นที่ของข้า ห้ามบังคับให้ข้าเอาทะเลสาบภูตวารีเป็นที่เก็บสมุนไพรวิญญาณของเจ้าอีก”
“เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อครู่นี้ข้ารับปากเจ้าไปแล้วไม่ใช่รึ ?”
“ก็ข้าไม่เชื่อเจ้า! เจ้ามันเจ้าเล่ห์เพทุบายแค่ไหนทำไมข้าจะไม่รู้”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย “ก็ได้ ข้ารับปากเจ้า! ถึงอย่างไรพื้นที่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”
“อย่างนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ”
— ตูม! —
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น พลันมู่เฉียนซีรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณของอาถิงที่พรั่งพรูออกมา
ทันใดนั้น หมอกควันอันหนาทึบปรากฏขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะสลายหายไปเผยให้เห็นสวนสมุนไพรวิญญาณอีกแห่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
สวนสมุนไพรวิญญาณที่ถูกซ่อนอยู่ในค่ายกลนี้มีขนาดเล็กกว่าสวนเมื่อครู่นี้ แต่ไม่รู้ว่ามูลค่าของมันจะสูงกว่ากี่เท่า
“คาดไม