มู่เฉียนซีไปหลบด้านหลังซวนหยวนจือ
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย ซวนหยวนจือมิอาจแสร้งทำเป็นไม่สนใจนางได้ เขายิ้ม กล่าวว่า… “อันตัวข้ากับมู่เฟิงอวิ๋นสนิทกันดั่งพี่น้อง ชีวิตของข้าได้พี่เฟิงอวิ๋นช่วยไว้ มาวันนี้เขาไม่อยู่แล้ว แน่นอนว่าข้าจะต้องดูแลซีเอ๋อร์เหมือนลูกสาวแท้ ๆ ของข้า ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเจ้าอย่างแน่นอน”
“ฝ่าบาท มู่เฉียนซีทำร้ายเหว่ยเหว่ยเสียน่าอนาถเช่นนี้ พระองค์ต้องให้ความเป็นธรรมแก่นาง!” โอวหยางจูกล่าวฟ้อง อาการฉุนเฉียวฟึดฟัดเต็มที่
“พอได้แล้ว!” ซวนหยวนจือตะโกนเสียงกร้าว
“พวกเจ้าอายุน้อย มาประลองยุทธ์กันก็ยากที่จะไม่มีการบาดเจ็บเกิดขึ้น ตัวเจ้าเป็นถึงท่านผู้นำตระกูลโอวหยาง กลับไม่รู้กาลเทศะแม้แต่น้อย นำตัวโอวหยางเหว่ยไปให้หัวหน้านักปรุงยาอันดับหนึ่งทำการรักษาให้ดี เพียงวันสองวันก็สามารถหายเป็นปกติได้”
โอวหยางจูใบหน้าหม่นคล้ำ ยกมือขึ้นกำหมัดแน่น กล่าวด้วยเสียงต่ำ “ขอฝ่าบาททรงพระราชทานอภัย ข้าผู้นี้รับผิด…”
ในที่สุดการประลองยุทธ์ของมู่เฉียนซีและโอวหยางเหว่ยสิ้นสุดลง
มู่เฉียนซีผู้ถึกทนและเจ้าแมวขาวลึกลับ นับแต่นี้ไปคงไม่มีใครที่จะกล้าดูถูกนางว่าเคยเป็นท่านผู้นำตระกูลมู่ที่ไร้ความสามารถอีกต่อไป …อาการบาดเจ็บอย่างสาหัสของโอวหยางเหว่ย กลายเป็นเยี่ยงอย่างผู้ที่ท้าทายจนเลือดตกยางออก
มู่เฉียนซีค่อย ๆ แสยะยิ้มเยาะเย้ย เหอะ! ตระกูลโอวหยาง นี่ยังเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น บังอาจม