ดีมาลงไม้ลงมือกับข้า ข้าไม่สับพวกมันเป็นชิ้นแล้วเอาไปโยนให้สุนัขกิน ก็นับว่าเมตตามากพอแล้ว… ข้ามู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่ไปหมิ่นอำนาจราชวงศ์ตรงไหนหรือ ? หากข้าเป็นผู้เริ่มลงมือกระทำก่อน นั่นจึงเป็นการล่วงเกินอำนาจราชวงศ์ ฝ่าบาท หากพระองค์กริ้วก็จัดให้ทหารมาลากตัวข้าไปตัดหัวได้เลย”“…”สิ้นวาจาผู้นำตระกูลมู่ แทบทั่วตำหนักจื่อจีเงียบกริบไร้เสียงพูด มู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่ช่างท้าทายฟ้าดินนัก! อยู่ในจวนตระกูลมู่ทำโอหัง อยู่ในเมืองหลวงทำโอหังอีกก็ช่างปะไร แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าวันนี้ สตรีชุดม่วงจะกล้าโอหังแม้ต่อหน้าซวนหยวนจือ ฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ยทว่าคำพูดเหล่านั้นของนางไม่ผิดแม้แต่น้อย นางมีสิทธ์เช่นนั้นจริง ไม่มีผู้ใดสามารถที่จะปฏิเสธได้“ฝ่าบาท พวกข้าถูกใส่ร้าย! เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าท่านผู้นำตระกูลมู่เป็นผู้ที่เริ่มลงมือก่อน” เหล่าบรรดาทหารรักษาการณ์ที่ถูกซ้อมจนบาดเจ็บสาหัสหลายคน แห่กันออกมาร้องขอความเป็นธรรม“ใช่! พวกข้าถูกใส่ร้าย พวกข้า…” ยังไม่ทันที่ทหารรักษาการณ์ผู้นี้จะได้กล่าวสิ่งที่ตั้งใจไว้ มู่เฉียนซีพลันขัดคอ“จุ๊ ๆ ๆ ฝ่าบาท หากท่านมีพระราชประสงค์จะทราบว่าพวกเขาถูกใส่ร้ายหรือไม่ โปรดลองเอาโทษทรมานหนัก ๆ ของแคว้นจื่อเยี่ยมาใช้สักสองสามอย่าง เดี๋ยวพวกนั้นก็จะพูดความจริงออกมาเอง” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาสายตาของซวนหยวนจือที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรฉายแววอำมหิต มองไปยังสตรีโอห